“เด็ก” รับวัคซีนครบห่างไกล 6 โรคร้าย

"เด็ก" รับวัคซีนครบตามกำหนดห่างไกล 6 โรคร้าย

โรค และการเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา ทุกเพศและทุกวัย แต่เราสามารถควบคุมและป้องกันได้หากเรามีการดูแลและเอาใจใส่ต่อร่างกาย

แต่การป้องกันโรคหรือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดควรเริ่มตั้งแต่วัย เด็ก เพราะเมื่อเด็กมีภูมิคุ้มกันที่ดีแล้ว แน่นอนว่าวันข้างหน้าเมื่อเติบโตขึ้น ภูมิคุ้มกันที่เขาเคยได้รับตอนเล็กๆ ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้ รวมถึงคนรอบข้างและสังคมก็ปลอดภัยจากโรคติดต่ออีกด้วย

การฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทุกคน เพราะสามารถต้านทานโรคต่างๆให้กับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนนั้นๆ ได้

วัคซีน เป็นสารที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์หรือสัตว์ ให้สามารถป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อเฉพาะอย่างได้ โดยการติดเชื้อนี้ ส่วนใหญ่มาจากแบคทีเรีย, ไวรัส, หรือสารพิษ

การฉีดวัคซีน”เป็นการฉีดเชื้อโรคชนิดนั้นเข้าสู่ร่างกาย แต่เป็นเชื้อโรคที่ถูกฆ่าแล้วโดยไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ย์ (ภูมิคุ้มกัน) ซึ่งเมื่อสร้างได้แล้วภูมิคุ้มกันที่ได้รับไปจะอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน ทำให้มีภูมิต้านทานโรคนั้นๆ บางชนิดแอนติบอดี้ย์จะอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต โดยการฉีดแค่ครั้งเดียว แต่บางชนิดจะอยู่นาน 10 ปี หรือ 20 ปี เมื่อครบช่วงเวลาก็ต้องฉีดเพิ่มอีก

โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แผนกกุมารเวชกรรม ให้ข้อมูลว่า “กระทรวงสาธาณสุขให้เด็กไทยทุกคนได้รับมาตรฐานในการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีวัคซีนหลักๆ ที่ป้องกัน 6โรคสำคัญ โดยมีการฉีดตามอายุดังนี้”

  • อายุแรกเกิด - 1 เดือน

ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค ฉีดภายใน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน หลังจากคลอด และวัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี (ฉีดในกรณีแม่มีพาหะไวรัสตับอักเสบ บี) หากแม่ไม่มีพาหะฉีดตอนอายุครบ 2 เดือน

  • อายุ 2 เดือน

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ บี (ครั้งที่ 1 ) และป้องกันโรคโปลิโอ (ครั้งที่ 1)

  • อายุ 4 เดือน

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ บี (ครั้งที่ 2 ) และป้องกันโรคโปลิโอ (ครั้งที่ 2)

  • อายุ 6 เดือน

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ บี (ครั้งที่ 3 ) และป้องกันโรคโปลิโอ (ครั้งที่ 3)

  • อายุ 9 เดือน

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน

  • อายุ 1 ปีครึ่ง

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ บี (ครั้งที่ 4 ) และป้องกันโรคโปลิโอ (ครั้งที่ 4) รวมถึงวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี 2 ครั้ง (โดยครั้งที่ 1และครั้งที่ 2 ห่างกัน 4 สัปดาห์)

  • อายุ 2 ปีครึ่ง

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี ครั้งที่ 3 (โดยห่างจากครั้งที่ 2 อย่างน้อย 1 ปี)

  • อายุ 4 ปี

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ บี (ครั้งที่5 ) และป้องกันโรคโปลิโอ (ครั้งที่ 5)

  • อายุ 7 ปี (.1)

ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (เด็กจะได้รับการฉีดที่โรงเรียน)

  • อายุ 12 ปี (.6)

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก (เด็กจะได้รับการฉีดที่โรงเรียน)

"เด็ก" รับวัคซีนครบตามกำหนดห่างไกล 6 โรคร้าย

และในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้มีการพัฒนา วัคซีนรวมป้องกัน 6 โรค และมีการพัฒนาวัคซีนเป็นชนิดไอกรนไร้เซลล์ และโปลิโอชนิดเชื้อตาย

ซึ่งผู้ปกครองสามารถนำบุตรหลานไปรับการฉีดได้ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และโรงพยาบาลอื่นๆ “แต่วัคซีนชนิดนี้ยังอยู่นอกแผนการปฎิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุข คือ ไม่ได้อยู่ในโครงการของรัฐ ไม่สามารถใช้สิทธิโครงการ 30 บาทได้ โดยต้องใช้เงินสดเท่านั้น “

ข้อดีของวัคซีนชนิดนี้คือ เด็กไม่ต้องเจ็บปวดหลายครั้ง และมีผลข้างเคียงต่ำ คือ ลดอาการไข้สูง ปวดบวมบริเวณแผลฉีด สามารถป้องกันโรคสำคัญได้ 6 ชนิด (คือ โรคคอตีบ ไอกรน ไวรัสตับอักเสบ บี โปลิโอ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ ฮิบ) และมั่นใจได้ว่าเด็กได้รับวัคซีนครบทุกตัว โดยมีการฉีดวัคซีนตามอายุดังนี้

  • อายุ แรกเกิด

ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคและวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี (เข็มที่ 1 )

  • อายุ 1 เดือน

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี (เข็มที่ 2 ) (กรณีแม่มีพาหะไวรัสตับอักเสบ บี)

  • อายุ 2 เดือน

ฉีดวัคซีนรวมป้องกัน 6 โรค ได้แก่ โรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบ บี โปลิโอ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ (เข็มที่ 1 ) หรือวัคซีนรวม 5 โรค ได้แก่ โรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ (กรณีที่ได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบตอนอายุ 1 เดือนแล้ว)

  • อายุ 4 เดือน

ฉีดวัคซีนรวมป้องกัน 5 โรค หรือ 6 โรค (เข็มที่ 2)

  • อายุ 6 เดือน

ฉีดวัคซีนรวม 6 โรค (เข็มที่ 3)

ผู้ปกครองควรพาเด็กไปฉีดวัคซีนตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด และเก็บสมุดบันทึกการฉีดวัคซีนของเด็กไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าเด็กได้รับการฉีดวัคซีนใดไปบ้างแล้ว หากไม่สามารถนำเด็กมาฉีดได้ตามที่กำหนดควรรีบมาทันทีเท่าที่มาได้ และหากเด็กมีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีดวัคซีนให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น ประคบริเวณที่ฉีด และให้รับประทานยาแก้ปวด ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือหากเด็กมีไข้สูง ตัวร้อน ให้รีบเช็ดตัว และหากมีอาการชักควรรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือสถาพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด

6 โรคร้ายที่กล่าวมานั้น หากเด็กไม่ได้รับวัคซีนป้องกันจะมีอันตรายดังต่อไปนี้

1. โรคคอตีบ

เป็นโรคที่อันตรายและร้ายแรงที่สุดถึงชีวิต ติดต่อได้ง่ายมากจากการไอ จาม พิษของเชื้อคอตีบทำให้มีการอักเสบในลำคออย่างรุนแรง ทำให้หายใจไม่ได้ และมีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจวายและสียชีวิต

2. โรคบาดทะยัก

เชื้อบาดทะยักมีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม จะเข้าสุ่ร่างกายทางบาดแผล และเชื้อจะปล่อยสารพิษออกมาทำลายระบบประสาท ทำให้มีอาการเกร็ง กระตุกของกล้ามเนื้อขากรรไกร อ้าปากไม่ได้ รับประทานและหายใจลำบากและรุนแรงจนเสียชีวิตได้

3. โรคไอกรน

เป็นโรคที่ติดต่อง่าย ทำให้มีอาการไออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน พบได้ทุกอายุแต่จะรุนแรงในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน เด็กเล็กอาจไอจนหยุดหายใจและชัก ส่วนเด้กโตหรือผู้ใหญ่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

4. โรคไวรัสตับอักเสบ บี

โรคนี้สามารถติดต่อได้จากแม่สู่ลูก หากเด็กติดเชื้อจะทำให้ตัวเหลือง หากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้จะกลายเป็นพาหะของโรค ซึ่งมีโอกาสเป็นโรคตับแข็ง และมะเร็งตับต่อไปในอนาคตได้

5.โรคโปลิโอ

เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหาร หรือน้ำดื่มที่มีเชื้อ เด็กที่ได้รับเชื้อจะมีอาการแขน ขา อ่อนแรงทำให้พิการ ถ้าขั้นรุนแรงอาจเสียชีวิตได้เพราะกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจเป็นอัมพาต

6.โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ

เชื้อฮิบเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มักก่อโรคในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่า 2 ปี ทำให้เกิดโรคที่สำคัญหลายอย่าง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดอักเสบ ข้ออักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ

การให้วัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ที่มีความคุ้มค่ากว่าเมื่อต้องทำการรักษาหลังจากติดเชื้อหรือเป็นโรคแล้ว และต้องไม่ลืมว่าโรคบางโรคได้สูญหายไปจากโลก ส่วนหนึ่งมาจากการนำวัคซีนมาใช้ เช่น โรคฝีดาษ และโรคบางโรคกำลังถูกกำจัดให้หมดไปด้วยการใช้วัคซีน เช่น โรคโปลิโอ

ถึงอย่างไรวัคซีนป้องกันโรคได้เพียงระดับหนึ่ง พ่อแม่ควรให้เด็กได้รับอาหารที่มีประโยชน์พร้อมกับการเลี้ยงดูที่ดีควบคู่ไปด้วย โรคภัยไข้เจ็บไม่ใช่เรื่องที่สนุกสนาน เราสามารถป้องกันได้เพียงแค่เราเอาใจใส่กับร่างกาย และสละเวลาอันน้อยนิด เพื่อชีวิตที่แข็งแรงในวันนี้และวันข้างหน้าเหมือนคำที่ว่า “การไม่มีโรคเหมือนลาภอันประเสริฐ”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไ้ด้ที่ 

- แผนกกุมารเวชกรรมโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 076-361250

- สำนักงานสาธารณสุขภูเ็ก็ต  076-211330 ต่อ 305

Filed in: Beauty & Wellness, Featured, Living Tags: 

You might like:

“ต้นอ่อนทานตะวัน” ผักทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ “ต้นอ่อนทานตะวัน” ผักทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ
กายภาพบำบัด ฉลองรวมแพทย์สหคลีนิค กายภาพบำบัด ฉลองรวมแพทย์สหคลีนิค
แอ็บโซลูท แฮร์ คลินิก แอ็บโซลูท แฮร์ คลินิก
1 เลเซอร์พรีเมี่ยมคลินิกเวชกรรม 1 เลเซอร์พรีเมี่ยมคลินิกเวชกรรม

Leave a Reply

Submit Comment



Phuketindex.com | News | Travel & Living | Luxury Lifestyle | Dining | Magazine | Newsletter | Directories | Events | TV | Jobs | Variety

Phuketindex.com the phuket lifestyle, living and travel guide is owned, designed and managed by
© 2014 Guide Vision Limited 9/98 Moo3 Rasadanusorn Road, Muang, Phuket 83000 Thailand
Tel: +66 76 240749 Fax: +66 76 240750