“อรอนงค์ ชินวราภรณ์” ต้นแบบจิตอาสา มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน (ภูเก็ต)

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน (ภูเก็ต)

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน

มูลนิธีพุทธฉือจี้ เป็นองค์กรการกุศลที่โด่งดังมากของไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 โดยสตรีร่างเล็กๆ ชื่อ “หวัง จิ่น หยิน” ซึ่งได้รับสมณฉายาหลังบวชเมื่อ ท่านธรรมาจารย์ Cheng Yen (เจิ้งเอี่ยน/เจิ้งหยวน) ท่านได้ริเริ่มการหาเงินเพื่อไปช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ด้วยการเก็บเศษด้ายมาต่อและเย็บเป็นรองเท้าขาย และชักชวนกลุ่มแม่บ้านให้ประหยัดเงินจ่ายตลาดมาช่วยเหลือผู้คน จนบัดนี้มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฮวาเหลี่ยน ไต้หวัน และมีสาขาทั่วประเทศ และถึงวันนี้ก็มีสาขาและจุดประสานงานใน 60 ประเทศ ได้ช่วยบรรเทาทุกข์ในแทบทุกมุมโลกกว่า 65 ประเทศ

มีปณิธานหลัก 4 ด้าน คือ การสร้างบุญทาน การรักษาพยาบาล การให้การศึกษา และการรักษาวัฒนธรรม/จริยธรรม และได้ขยายงานต่างๆ ออกไปอีก 4 ด้าน ปัจจุบันจึงมีกำหนดภารกิจไว้ถึง 8 ด้าน คือ

  1. งานการกุศล สงเคราะห์ผู้ยากไร้
  2. บรรเทาอุบัติภัย ทั้งระดับท้องถิ่นและสากล
  3. บำบัดความเจ็บป่วยด้วยการแพทย์เปี่ยมจริยธรรม
  4. การศึกษาที่ทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์มีความละเมียดละไมในชีวิตและในความสัมพันธ์กับผู้อื่น
  5. การสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม
  6. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  7. ศูนย์ข้อมูลไขกระดูกหรือ stem cell
  8. อาสาสมัครชุมชน

พุทธฉือจี้ไต้หวันประเทศไทย ในจังหวัดภูเก็ต

อรอนงค์ ชินวราภรณ์

อรอนงค์ ชินวราภรณ์

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ดำเนินงานตามปณิธานโดยอาศัยหลักพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมตตาคือ การให้ความสุขโดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติและศาสนา กรุณา คือการปลดทุกข์ด้านการรักษาพยาบาลกล่าวคือความเจ็บป่วยคือบ่อเกิดแห่งความยากจน มุทิตา คือความยินดีในธรรมะและความสงบสุขที่ปลูกฝังสู่สังคม อุเบกขา คือการเกิดปัญญายินดีเสียสละแบบไม่หวังผลตอบแทน เน้นการให้เกียรติต่อสรรพชีวิตและมวลมนุษย์ การสงเคราะห์ช่วยเหลือนั้นเน้นหลักมนุษยธรรมเป็นสำคัญโดยไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง และไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์ ศาสนาและถิ่นฐาน

Phuketindex.com ได้มีโอกาสพบปะกับตัวแทนอาสาสมัครมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน (จังหวัดภูเก็ต) คุณอรอนงค์ ชินวราภรณ์ ผู้ที่ช่วยไขความกระจ่างให้เราเข้าใจว่ามูลนิธิแห่งนี้ไม่ใช่แค่องค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือธรรมดาเหมือนเช่นที่เราเข้าใจ แต่กลับมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งอยากให้ผู้อ่านได้รับทราบไปพร้อมๆ กัน เพราะนอกจากภารกิจด้านสังคมแล้ว มูลนิธิฯ ยังได้เผยแพร่คำสอนของตนเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ธรรมะเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยคำสอนในชีวิตประจำวัน การปฏิบัติตนในสังคม มารยาท ศีล จริยธรรม ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานศาสนาพุทธเป็นหลัก

คุณอรอนงค์ สุภาพสตรีที่มีอาชีพหลักเป็นไกด์นำเที่ยวภาษาจีน เล่าเรื่องราวให้เราฟังว่า “ฉือ แปลว่าเมตตา จี้ แปลว่าช่วยเหลือ การเป็นอาสาสมัครฉือจี้ จึงเป็นการเข้ามาช่วยเหลือให้ผู้อื่นได้พ้นทุกข์ด้วยจิตเมตตา ตัวดิฉันและคุณจำเนียร (สามี) ได้ค้นพบแก่นแท้ของสิ่งที่เอ่ยมา ในเหตุการณ์หลังภัยพิบัติสึนามิถล่มชายฝั่งอันดามัน ในปี 2547 ซึ่งในตอนนั้นได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับอาสาสมัครพุทธฉือจี้ไต้หวันที่ส่งอาสาสมัครจำนวนมาก มาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยความรู้สึกศรัทธาในแนวทางการทำงานและหลักการปฏิบัติ พร้อมกับแรงสนับสนุนจาก คุณจินนี่ หลิน นักธุรกิจชาวไต้หวัน ที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตมาเป็นเวลานาน ทำให้พวกเราได้เปิดกลุ่มตัวแทนอาสาสมัครขึ้นมาในภูเก็ต เพื่อสานต่องานตามกำลังของพวกเรา

ถามว่ามูลนิธิฯ ช่วยเหลือประชาชนทั่วไปอย่างไร ก็คือ สมาชิกฉือจี้สามารถทำเรื่องแจ้งต่อมูลนิธิฯ ได้เมื่อพบว่ามีที่ใดหรือครอบครัวใดประสบกับความเดือดร้อน เช่น บ้านหนึ่งมีคนชราอยู่คนเดียวและบ้านพังทรุดโทรม เมื่อมูลนิธิฯ ทราบเรื่องและอนุมัติความช่วยเหลือ สมาชิกก็จะเข้าไปช่วยกันซ่อแซมทาสีบ้านและดูแลผู้ที่เดือดร้อน นอกจากนี้เมื่อเกิดเหตุเร่งด่วนหรือเหตุภัยพิบัติต่างๆ พวกเราก็จะระดมพลเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ เช่น ไปแจกอาหาร บางครั้งพวกเราก็ต้องเสียสละเงินส่วนตัวเพื่อไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ เพราะบางเหตุการณ์เป็นเรื่องที่รอไม่ได้

พุทธฉือจี้ ภูเก็ต

(ซ้าย) คุณจำเนียน ชินวราภรณ์ (ขวา) คุณจินนี่ หลิน
อีก 2 ตัวแทนอาสมัครมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ในจังหวัดภูเก็ต

พลังจิตอาสาของพวกเราอาจจะสะท้อนออกมาได้ดังคำกล่าวของชาวมูลนิธิฯ ว่า จุดตะเกียงขึ้นดวงหนึ่งไว้ในมุมลับที่มืดสนิท ก่อกองไฟไว้กองหนึ่ง ณ หนทางที่หนาวเหน็บและวังเวง ให้พวกเราซับน้ำตาอาดูรเพื่อมวลมนุษย์ในปฐพี… ทว่าความสำเร็จขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง โดยเฉพาะมูลนิธิฉือจี้ คงไม่ได้มาจากจิตอาสาจากเมตตาธรรมแต่เพียงอย่างเดียว แต่น่ามาจากหลายๆ ปัจจัยที่รวมกันแล้วลงตัวเป็นแนวทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น มีระบบการบริหารจัดการที่ดี, มีสมาชิกคุณภาพและเครือข่ายที่เข้มแข็ง, มีการสร้างคนรุ่นใหม่ และมีเงินทุนเป็นของตนเองที่ได้รับจากการบริจาค

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและน่าชื่นชมของวิธีการฉือจี้ ก็คือการให้ความช่วยเหลือจะไม่ทำอย่างลวกๆ หรือฉาบฉวย แต่จะเริ่มด้วยการส่งหน่วยประเมินสถานการณ์เข้าไปก่อนเพื่อดูสถานการณ์และความต้องการ และ logistic ในการส่งคน สิ่งของ เงิน ฯลฯ เข้าไปในที่เกิดเหตุ ของที่จะนำไปช่วยก็จะจัดใส่หีบห่อไปอย่างดี ส่งให้ถึงมือผู้รับตามความต้องการ ไม่ใช่ปนเปกันไปหมด หรือนำเข้าไปแล้วใช้ไม่ได้ รวมถึงมีการเฝ้าติดตามผลต่อเนื่อง”

คุณอรอนงค์ฝากทิ้งท้ายว่า “ตอนนี้ในจังหวัดภูเก็ตยังมีผู้ที่รู้จักและเข้าใจการทำงานของมูลนิธิฯ ไม่มากเท่าที่ควร เราขอฝากให้ผู้ที่มีจิตอาสาเข้ามาร่วมพูดคุยหรือทำกิจกรรมกับพวกเราได้ เพราะหากพลังคน และจำนวนทรัพยากรของเรามีมากขึ้น ความช่วยเหลือที่เราจะมอบให้กับสังคมก็จะมากขึ้นตามไปด้วย”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมการบริจาคได้ที่ : http://www.tzuchithailand.org/th/index.php?option=com_content&view=article&id=162&Itemid=376

ติดต่อพูดคุยกับคุณอรองนงค์ ชินวราภรณ์ ตัวแทนอาสาสมัคร มูลนิธิฉือจี้ไต้หวัน (ภูเก็ต) โทร 081 893 7601

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน (ภูเก็ต)

มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน (ภูเก็ต)

Response code is 403
Filed in: Featured, Gladness & Joy, Lifestyle, People Tags: 

You might like:

คุณต่าย เพ็ญประภา ชูกลิ่น ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด แห่งโรงแรม Amari Phuket คุณต่าย เพ็ญประภา ชูกลิ่น ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด แห่งโรงแรม Amari Phuket
เชฟทอล์ค – อเลซซานโดร มาร์ทิเนลลี่ เชฟทอล์ค – อเลซซานโดร มาร์ทิเนลลี่
คุณกิตติพงศ์ แก่นแก้ว ทนายความชาวภูเก็ต คุณกิตติพงศ์ แก่นแก้ว ทนายความชาวภูเก็ต
กาญจนา ศรีบุญสม ผู้ดูแลด้านการตลาดประจำภาคใต้ของ Bedcare Marketing กาญจนา ศรีบุญสม ผู้ดูแลด้านการตลาดประจำภาคใต้ของ Bedcare Marketing

Leave a Reply

Submit Comment



Phuketindex.com | News | Travel & Living | Luxury Lifestyle | Dining | Magazine | Newsletter | Directories | Events | TV | Jobs | Variety

Phuketindex.com the phuket lifestyle, living and travel guide is owned, designed and managed by
© 2016 Guide Vision Limited 9/98 Moo3 Rasadanusorn Road, Muang, Phuket 83000 Thailand
Tel: +66 76 240749 Fax: +66 76 240750