Beauty & Wellness Featured Living

Apex Profound Beauty พาดำดิ่งสู้โลกใต้ผิวสวย

Apex Profound Beauty

ผู้เขียน… แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ

แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ไอดอลความงามแห่งเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ทั้งภายในประเทศและวงการแพทย์ระดับโลก ปัจจุบันได้ก่อตั้ง Apex Profound Beauty ผู้นำในตลาดเสริมความงาม ที่โดดเด่นด้านศาสตร์การดูแลผิวพรรณ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด นอกจากนั้นยังมีผลงานหนังสือด้านผิวพรรณ ระดับเบสเซลเลอร์หลากหลายเล่ม รวมทั้งเป็นคอลัมนิสต์ ให้กับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และโพสต์ทูเดย์

ดำดิ่งสู้โลกใต้ผิวสวย

Follow Me…Not Serious!
ดำดิ่งสู้โลกใต้ผิวสวย

อ๊ะๆอย่าเพิ่งส่ายหน้า…ถ้าได้ยินคำว่าโครงสร้างผิว
หมอจะไม่ทราบศัพท์วิชาการอะไรมากมายให้ต้องปวดหัวกัน แค่อยากจะพาดำดิ่งสู่โลกใต้ผิวสวยเพื่อทำความรู้จักกับโครงสร้างผิวสามชั้นเท่านั้น เพราะเจ้าผิวสามชั้นนี่แหละ ที่มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อผิวสวยของผู้หยิงอย่างเรา อยากให้ดูสุขภาพดีหรือเนียนกระชับแค่ไหน ต้องไปรู้จักกับเค้าทั้งสามก่อน

1. Epidemis โรงงานผลิตเซลส์ผิวสวย
ภายใต้ผิวหนังที่เราสัมผัสได้ รู้รึเปล่าว่า…มีโรงงานผลิตเซลส์ผิวสวยซ่อนตัวอยู่ ซึ่งมีชื่อว่า epidemis epidemis ถือเป็นปราการด่านแรกของผิว ทำหน้าที่เหมือนอาภรณ์ชิ้นงามที่ปกคลุมร่างกาของเราอยู่ เป็นโครงสร้างชิ้นบนสุดของผิวหนังหรือทีเ่รียกกันว่า ชั้นหนังกำพร้า นั่นแหละ ความน่ามหัศจรรย์ของผิวชั้นนี้ก็คือ มีโรงงานผลิตเซลส์ผิว เกิดเป็นกระบวนการผลัดผิว ที่คอยสร้างเซลส์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนผิวหนังที่ตายแล้วอยู่เรื่อยๆ โดยผิวที่ตายแล้วก็จะอยู่ชั้นบนสุด เรารียกกันว่า horny layer

สลัด…สะบัด
horny layer เป็นชั้นบางๆ ของเซลส์ผิวที่ตายแล้ว หลังจากมีอายุราว 14 วัน (บางยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่เสียอีก) และจะสลัด…สะบัดตัวเองออกไปหลังจากที่โรงงานผิวสามารถผลิตเซลส์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งจะกินเวลาอีกราว 14 วัน หมายความว่า การผลัดผิวนั้นจะเกิดขึ้นทุก 28 วัน ทำให้คนเรามีผิวใหม่ที่สวยใสอยู่เสมอ แต่ทังนี้การทำงานของกระบวนการผลัดผิวนี้จะค่อยๆ ช้าลงตามเงื่อนไขของอายุ…เช่น ตอนเป็นวัยรุ่น ผิวจะสลัดเซลส์เก่าที่ตายแล้วทุกๆ 28-30วัน โดยอัตโนมัติ แต่พอเราอายุมากขึ้น กระบวนการนี้อาจล่าช้าไปถึง 45-50วัน เลยทีเดียว และนี่คือเหตุผลที่ว่า…ทำไมหนอผิวของเด็กสาวจึงดูเนียนใสเปล่งปลั่งกว่าสาวมีอายุทั้งหลาย

นอกจากนี้ horny layer ยังช่วยทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นและน้ำมันให้กับผิวหน้าอีกด้วย

นอกจากนี้ในช้นของ epidemis ยังเป็นที่อยู่ของพวก เมลาโนไซต์(melanocytes) อีกด้วย เซลส์เหล่านี้แหละที่ทำหน้าที่ผลิตเมลานิน ซึ่งทำให้คนเรามีสีผิวที่แตกต่างกันออกไป…หรือเป็นตัวก่อให้เกิดจุดด่างดำบนใบหน้า

2. Dermis เมืองหลวงของผิว
ลึกลงไปอีกนิด เราจะเจอกับชั้นที่เรียกว่า dermis ผิวชั้นนี้มีความหนามากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของโครงสร้างผิวทั้งหมด แถมยังเป็นศูนย์รวมของส่วนสำคัญต่างๆอยู่เต็มไปหมด ทั้งเส้นประสาทที่คอยรับสัมผัส (ทำให้เรารับรู้ความรู้สึกต่างๆได้ เช่น การสัมผัส ความเจ็บปวด และความรู้สึกร้อนหนาวของอุณหภูมิรอบตัว) ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน รากผม และเส้นเลือด

ที่จะมงข้ามไมไ่ด้เลยก็คือ ต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ซึ่งเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ที่แสนดีของผิวที่จะคอยผลิตน้ำมันและเหงื่ออกมาปกคลุมผิวไว้บางๆ เป็นการช่วยป้องกันผิวจากเชื้อโรคต่างๆ ทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย แต่บ่อยครั้งที่เรามักจะเผลอไปทำร้ายผู้พิทักษ์ผิวอย่างไม่ตั้งใจด้วยการใช้สบู่ที่แรงๆ หรือบางคนอาจจะตั้งใจโดยคิดไม่ถึงว่ามันจะส่งผลร้ายอย่างมหาศาลต่อผิวหน้าของเรา นั่นก็คือ การทำลายสมดุลความเป็นกรดเป็นด่างของผิวหน้า หรือที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่าค่า pH balance นั่นแหละ…

และยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เพราะในผิวหนังชั้นนี้ยังมีสิ่งดีที่สุดสำหรับิวแทรกตัวกันอยู่ นั่นก็คือ คอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งเปรียบเสมือนดาวเด่นที่ขาดไม่ได้ในผิวสวย เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินนี่แหละ ที่จะช่วยให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นประมาณว่า ผวจะสวยกระชบแค่ไหนก็ขึ้นอยู่ที่ดาวเด่นทั้งสองนี่เอง

Skin Smart!
คอลลาเจน – อีลาสติน

โปรตีนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง หนาแน่น และกระชับ แถมยังช่วยซ่อมแซมผิวที่เป็นรอยแผลด้วยการสร้างเนื้อเยื่อบางๆปกคลุมไว้ อีลาสติกไฟเบอร์ ที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและคืนรูปได้ทุกการเคลื่อนไหวในร่างกายของเรา ต้องขอบคุณอีลาสตินอยู่ไม่น้อยเชียว

3. ปราการด่านสุดท้าย Fat Layer
ในชั้นนี้เป็นส่วนล่างสุดของโครงสร้างผิวซึ่งจะประกอบไปด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ ภารกิจสำคัญของปราการด่านสุดท้ายก็คือ คอยปกป้องอวัยวะภายในอันบอบบางส่วนอื่นๆใต้ผิวหนัง และบังรับบทบาทคล้ายเบาะนวมนุ่มๆที่ช่วยให้ผิวมีความหนาและนุ่ม…(แน่นอนว่า คนเจ้าเนื้อจะมีชั้นของ fat layer ที่หนากว่าของนางแบบหุ่นเพรียว)

นอกจากนี้แล้ว เวลาที่ร่างกายเราสูญเสียพลังงานความร้อน fat layer นี่เองที่จะคอยทำหน้าที่คล้ายผ้าห่มอุ่นให้กับร่างกายเรา (นึกออกแล้วใช่ไหมว่าทำไมคนผอมถึงขี้หนาว…และทำไมคนอ้วนถึงขี้ร้อน)

ขอรับคำปรึกษาด้านผิวพรรณ ฟรี! ที่สายด่วน 080-5000-123 (ไทย) 08-5000-2100 (อังกฤษ)

พบกับ Apex Profound Beauty สถาบันเสริมความงามชั้นนำระดับประเทศได้ทั้ง 2 สาขา ของจังหวัดภูเก็ต

 

จังซีลอน ภูเก็ต
181 ถ.ราชอุทิศ 200 ปี ห้างสรรพสินค้า จังซีลอน โซน เอ ชั้น 2 ติดสปอร์ตเวิลด์ ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต
โทรศัพท์: 076 600 182-3 โทรสาร: 076 600 183

Apex Medical Center (ถนนบายพาส)
140/8 หมู่ที่ 5 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
โทรศัพท์: 088-870-0053

Website: www.apexprofoundbeauty.com Email: info@apexprofoundbeauty.com

 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.