Arts & Culture Lifestyle

“บาบ๋า”วัฒนธรรมอันงดงามของชาวภูเก็ต

บาบ๋า

ถ้าเอ่ยถึง ภูเก็ต ทุกคนต้องรู้จัก ว่าเป็น เกาะสวรรค์แห่งทะเลอันดามัน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งธรรมชาติของชายหาด ที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใส อาคารแบบชิโนโปรตุกีส ที่บ่งบอกว่าเป็นชุมชนชาวจีน อาหารหลากหลายชนิด ประเพณีกินเจ แต่คงมีไม่มากนักที่จะคุ้นหูกับการแต่งงานแบบ “บาบ๋า”

 เอ่ยชื่อจังหวัด “ภูเก็ต” คงไม่มีใครไม่รู้จัก เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และเป็นจังหวัดท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดังของภาคใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วโลก จนได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” ที่มากไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติอันงดงาม และเพียบพร้อมไปด้วยประวัติศาสตร์ ประเพณีอันเก่าแก่และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ดังเช่น วัฒนธรรม“บาบ๋า”อันโดดเด่นงดงาม

วัฒนธรรมอันโดดเด่นของกลุ่มคนชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “เพอรานากัน” เป็นภาษามาเลย์ แปลว่า “ผู้ที่เกิดในท้องถิ่น” หมายถึง ลูกครึ่งที่เกิดจากชาวจีนแต่งงานกับชาวท้องถิ่นที่เป็นมาเลย์หรืออินโดนิเซีย หาก เป็นชายเรียกว่า “บาบ๋า” เป็นหญิงเรียก “ยอนย้า” ”ในประเทศสิงคโปร์ มาเลยเซีย นิยมใช้ “เพอนารากัน” ในการเรียกกลุ่มชน

ส่วนที่จังหวัดภูเก็ตนิยมเรียกว่า “บาบ๋า” หมายถึงกลุ่มชนและเรียกทั้งชายและหญิงว่า “บาบ๋า” คือลูกผสมที่เกิด จากพ่อเป็นชาวจีนกับแม่ที่เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งชาวบาบ๋าที่ภูเก็ตมีการรวมกลุ่มกันเป็นอย่างดี แล้วก็มีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของกลุ่มคนบาบ๋าไว้มากมาย

สำหรับหนึ่งในประเพณีอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือ “ประเพณีการแต่งงานของบาบ๋า” หรือ “วิวาห์บาบ๋าภูเก็ต” ซึ่ง เป็นประเพณีการออกเรือนของบ่าวสาวแบบโบราณ ที่ชาวบาบ๋า จังหวัดภูเก็ตยังคงรักษาขนบธรรมเนียมนี้ไว้ และร่วมกันสืบทอดอนุรักษ์ไว้ไม่ให้หายไปจากรุ่นสู่รุ่น

“คนบาบ๋าที่ภูเก็ตเริ่มหันมาให้ความสนใจในการแต่งงานแบบบาบ๋ามากขึ้น เสน่ห์ของการแต่งงานของชาวบาบ๋า จุดเด่น ที่สำคัญมากๆ เลย ก็คือ ความสวยงาม ความอลังการ และจุดเด่นที่ตามมาอีกเรื่องก็คือ ความกตัญญู ความกลมเกลียวใน ครอบครัว และถือว่าเป็นความขลังของการแต่งงานที่ชาวบาบ๋าได้ร่มกันอนุรักษ์ไว้”

บาบ๋า

บาบ๋า

การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของผู้อพยพชาวจีนกับวัฒนธรรมคนพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน อาหารการกินและประเพณี คือส่วนผสมที่หลอมรวมเป็นวัฒนธรรมของเมือง “ภูเก็ต” ในปัจจุบัน

เอกลักษณ์ “วิวาห์บาบ๋า” ภูเก็ต

  • การสร้างครอบครัว ขยายขนาดของสังคม เป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ในสังคมมนุษย์ทุกที่ ประเพณี “วิวาห์บาบ๋าภูเก็ต” ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน ประมาณได้ว่าเป็นประเพณีที่มีความเป็นมาย้อนหลัง ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนมีอิทธิพลมากในภูเก็ต ผสมผสานกับวัฒนธรรมของชุมชนจีนในปีนัง ประเทศมาเลเซียและวัฒนธรรมท้องถิ่นภูเก็ตเองด้วย

ความพิเศษของพิธีแต่งงานบาบ๋า

  •  มีหลายอย่างด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่ชุดแต่งงานของ บ่าว-สาว ชุดของเจ้าบ่าวมีลักษณะ เป็นสูทแบบฝรั่ง เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่ง และการดำเนินชีวิตของชาวพารานากัน ที่ค้าขายกับบริษัท ชาวต่างชาติ ส่วนชุดเจ้าสาว จะใส่ชุดปันจูปันจัง เป็นชุดยาวที่มีความงดงามด้วยลายผ้าเสื้อตัวในเป็นเสื้อลูกไม้สีขาวคอ ตั้งแขนจีบ นุ่งผ้าลายปาเต๊ะ สวมเสื้อครุยผ้าป่านรูเปีย หรือผ้ามัสลินปักลวดลาย ซึ่งจะเลือกสีคลุมโทนเดียวกับผ้านุ่ง สวมใส่เครื่องประดับประจำตระกูล ติดเครื่องประดับทองชุดใหญ่ ที่เรียกว่า โกสัง มีเข็มกลัดชิ้นใหญ่ และอีก 3 ชิ้นเล็ก ใส่กำไลข้อเท้า สวมรองเท้าปักดิ้น หรือลูกปัด ทรงผมมีเอกลักษณ์ คือ ทรงผมเกล้าสูง มีชื่อเรียกว่า ทรงซักอีโบย และที่ สำคัญ คือ เจ้าสาวต้องใส่มงกุฎทอง “ดอกไม้ไหว” ที่ทำด้วยทองคำ

บาบ๋า

วัฒนธรรมบาบ๋านั้นมีมากหลายและมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตอนนี้ทางสมาคมไทยเพอรานากันได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์บาบ๋า ภูเก็ต โดยเอาตึกเก่าที่เป็นแลนด์มาร์คของภูเก็ตมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ แล้วเราจะทำเรื่องวิถีชีวิตของชาวบาบ๋าทั้งหมด

บาบ๋า

การแต่งกายของคนภูเก็ตจะเป็นการผสมผสานของหลายชนชาติออกมาอย่างสวยงาม ซึ่งปัจจุบันชาวภูเก็ตยังคงรักษาวัฒนธรรมการแต่งกายแบบจีนบาบ๋าไว้โดยปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยชุดแต่งกายที่นำเสนอจะเป็นการแต่งกายของคนภูเก็ต เมื่อสมัยร้อยกว่าปีมาแล้ว ซึ่งเป็นการผสมผสานของหลายชนชาติออกมาอย่างสวยงาม

ชุดเสื้อคอตั้งแขนจีบ
ชุดนี้ใช้ได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ ใช้ในชีวิตประจำวันในโอกาสไปตลาด ไปวัด ไปไหว้พระที่ศาลเจ้า ผ้านุ่งเป็นผ้าปาเต๊ะ ตัวเสื้อความยาวระดับเอวชายเสื้อแต่งขอบด้วยลูกไม้ คอตั้งติดคอผ่าหน้าติดกระดุมทองหรือเข็มกลัดแถว แขนเสื้อยาวจีบปลายแขน มีกระเป๋าใบใหญ่สองข้าง

ชุดเจ้าสาว
มีลักษณะเครื่องแต่งกายและทรงผมแบบเดียวกับชุดคหปตานี ต่างกันที่เสื้อครุยเจ้าสาวส่วนใหญ่จะใช้ผ้าลูกไม้โปร่งหรือผ้าป่านแก้ว ส่วนผ้านุ่งจะใช้ปาเต๊ะสีสด รอบมวยผมเป็น ฮั่วก๋วน หรือ มงกุฎเจ้าสาว ประดับด้วยดอกไม้ไหวซึ่งทำจากทองคำ ปักปิ่นทองคำ เครื่องประดับเป็นทองและเพชรอลังการ ใส่ตุ้มหูระย้า สวมสร้อยคอทอง เรียก ?หลั่นเต่ป๋าย? ที่หน้าอกเสื้อจะประดับประดาด้วยปิ่นตั้งทองคำเหมือนรูปดาวเต็มหน้าอก ห้อยสายสร้อยทอง สวมแหวน กำไลมือ กำไลข้อเท้า สวมรองเท้าปักดิ้นเงินดิ้น ส่วนชุดเจ้าบ่าวจะหันมานิยมสวมสูทแบบตะวันตก แต่ยังนำจี้สร้อยคอหรือปิ่นตั้งมาติดที่ปกเสื้อ

ชุดย่าหยา
เป็นชุดลำลอง ตัวเสื้อตัดด้วยผ้าลูกไม้หรือผ้าป่านรูเบีย แขนยาว เข้าเอวรัดรูป ปักลายฉลุทั้งที่คอเสื้อ ชายเสื้อ และปลายแขน ตัวเสื้อด้านหน้าปลายแหลมยาว ความยาวตัวเสื้อจะอยู่ระดับสะโพกบน ปกเสื้อด้านหน้าแบะออกสำหรับติดโกสังหรือกระดุมทองฝังเพชรที่ร้อยเชื่อมด้วยสร้อยทอง ส่วนผ้านุ่งปัจจุบันนิยมใช้ผ้าปาเต๊ะปักเลื่อม เพื่อสนับสนุนงานฝีมือของกลุ่มแม่บ้านในชุมชน

ชุดนายเหมืองและภรรยา
ชุดนายเหมือง ประกอบด้วยกางเกงและเสื้อคอตั้ง แขนเสื้อยาว มีกระเป๋าคล้ายชุดราชประเต็น สวมหมวกกะโล่ สำหรับผู้สูงวัยก็จะใช้ไม้เท้าด้วย ส่วนภรรยา หากออกงานพิธีการสำคัญ ๆ จะแต่งชุด เสื้อครุย ประกอบด้วยเสื้อตัวในเป็นเสื้อคอตั้งปลายแขนจีบเหมือนชุดเสื้อคอตั้งแขนจีบทั่วไป นุ่งผ้าปาเต๊ะ สวมทับด้วยเสื้อครุยยาวผ้าป่านรูเบียหรือผ้ามัสลินมีลวดลาย ติดเข็มกลัดชิ้นใหญ่เป็นชุด เรียกว่า ชุดโกสัง ซึ่งมี 3 ตัว ใส่กำไลข้อเท้า สวมรองเท้าปักดิ้นหรือลูกปัดทรงผม เกล้าผมทรงสูง ด้านหน้าเรียบตึง ด้านหลังโป่งออกเรียก “ชักอีโบย” เกล้ามวยไว้บนศีรษะ ส่วนด้านข้างสองข้างดึงให้โป่งออกเรียกว่า “อีเปง”  มวยด้านบนดึงขึ้นเป็นรูปหอยโข่ง ใช้ดอกมะลิหรือดอกพุดตูม ประดับรอบมวยผม แล้วปักปิ่นทอง

บาบ๋า

“เวลามาภูเก็ตอย่านึกถึงแค่ทะเลป่าตอง ความเป็นภูเก็ตจริงๆ อยู่ในเมือง เมืองภูเก็ตน่าสนใจมาก โดยเฉพาะถนนถลาง มาชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมของคนบาบ๋า ความเป็นอยู่ของบาบ๋า ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านตึกแถว แล้วตึกแถวจะมีลักษณะพิเศษคือบ้าน  เพราะฉะนั้นวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตจึงน่าสนใจ อยากชวนให้ทุกคนมาเที่ยวชมเมืองภูเก็ตกันเยอะๆนะคะ”

บาบ๋า

บาบ๋า

บาบ๋า

บาบ๋า

บาบ๋า

บาบ๋า

บาบ๋า

 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.