หากท่านเป็นคนหนึ่งที่เดินทางผ่านมายังเกาะสิเหร่ คงเคยเห็นสถานที่ท่องเที่ยวขนาดย่อม เพียงแค่ข้ามผ่านสะพานเกาะสิเหร่มาไม่ไกล เหมาะสำหรับการพักผ่อนเพื่อดูความน่ารักของเจ้าลิงจ๋อ แวะมาให้อาหารเจ้าลิงจ๋อกันสักนิด ถ่ายภาพติดมือไปสักหน่อย

วัดฉลอง เป็นวัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าตั้งขึ้นเมื่อใด บ้างก็สัณนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยชาวบ้านที่หลบหนีภัยสงครามพม่าที่เข้าตีเมืองถลาง อพยพมาที่ บ้านฉลองและตั้งหลักแหล่งทำมาหากินที่นี่ ได้ร่วมกันจัดตั้งวัดเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ใครที่มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตแล้วผ่านสะพานหินในตัวเมืองภูเก็ต ยามค่ำคืน ลองหันมองด้านสระน้ำหน้าวิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะเป็นสถานที่นั่งชมการแสดงน้ำพุดนตรี ในการแสดงชุดนี้เป็นการแสดงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

เรื่อง+ภาพ : สิริพงษ์ มุกดา ณ ชุมชนบ้านกู้กู ใกล้กับตีนเขาโต๊ะแซะ มีพื้นที่สีเขียวแห่งหนึ่งที่ดูเรียบง่าย แต่รุ่มรวยด้วยขุมทรัพย์ทางปัญญาพื้นถิ่น กว่าหลายสิบปีที่ “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านกู้กู” ได้ยืนหยัดเป็นต้นแบบของชุมชน ในแง่ของการพึ่งพาตนเอง

วัดเจริญสมณกิจ ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดหลังศาล เพราะตั้งอยู่หลังศาล จังหวัดภูเก็ต ถนนโต๊ะแซะ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต สร้างในปี พ.ศ.2494 บนพื้นที่ 12 ไร่ เจ้าอาวาสผู้สร้างวัดองค์แรกคือ พระนิโรธรัวสีคัมภีรปัญญาจารย์ (เทศก์ เทสรังสี) รูปที่ 2

ตั้งอยู่ที่ 25 บ้านเก็ตโฮ่ หมู่ที่ 1 ถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่เนินเขา สภาพแวดล้อมมีป่าไม้ธรรมชาติสงบเงียบ อาคารเสนาสนะต่างๆ มีอุโบสถหลังใหม่ขนาดกว้าง 9.50 เมตร ยาว 24.50 เมตร

วัดขจรรังสรรค์ ตั้งอยู่เลขที่ 26 บ้านตลาดเหนือ หมู่ที่ 1 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

ศาลเจ้าพระโพธิสัตว์กวนอิน เขารัง (ซำเซ้จูฮุด) ในปี พ.ศ.2544 ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมแรงร่วมทำบุญจัดสร้างศาลเจ้า โดยมี นายสุวัชชัย เอกชัยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอกชัยศิริ จำกัด เป็นผู้ริเริ่ม

บนภูเขาที่สูงชัน แม้จะมีความร่มรื่น และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากเพียงใด ก็ยังคงต้องการสีสันของพืชนานาพันธุ์ เพื่อแต่งแต้มบรรยากาศให้ลงตัว สมกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์

วัดเกาะสิเหร่ เป็นวัดที่สมบูรณ์ ร่มรื่นและสะดวกสบาย เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอีกวัดหนึ่ง และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระประจำวันอังคาร) องค์ใหญ่ ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2504 มีขนาดความยาวตลอดองค์ 18.5 เมตร

หลังจากที่ได้มีคณะงิ้วเดินทางมาจากเมืองจีน มาเปิดการแสดงที่บ้านกะทู้ แต่แล้วผู้แสดง ในคณะงิ้วเกิดเจ็บป่วยขึ้น ทำให้คณะงิ้วคิดไว้ว่า พวกตนละเลย ไม่ได้ประกอบพิธีกินผัก ซึ่งเคยกระทำเป็นประจำทุกปีที่เมืองจีน จึงตกลงกัน ประกอบพิธีกินผักขึ้นที่โรงงิ้วนั้นเอง

วัดโฆษิตวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 228 ถนนเทพกระษัตรี หมู่ที่ 6 ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 87 ไร่ 40 ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือ มีกำแพงวัดเป็นแนวเขต ทิศใต้ติดกับถนนและบ้านคุณอาธร

ภูเก็ต อันดามัน แคมป์ จุดนัดพบแห่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากมีกิจกรรมหลากหลายตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายภาพ, ตั้งแคมป์สังสรรค์, รับประทานอาหาร, เดินชมธรรมชาติและวิวเมืองภูเก็ต ฯลฯ

ศาลเจ้าจ้ออ๋อง หรืออ๊ามไถ้หงวนต๋อง เป็นศาลเจ้าบูชาบรรพบุรุษตระกูลแซ่อ๋องสายฮกเกี้ยน จากตงอี่จุนอ๋อง หรือจ้ออ๋อง ผู้เป็นข้าหลวงมณฑลฮกเกี้ยนในสมัยราชวงศ์ถัง ระหว่าง พ.ศ. 1161 – 1450

จังหวัดภูเก็ตนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมท้องทะเล หมู่เกาะ และเมืองเก่าแล้ว ยังมีอีกสถานที่หนึ่งซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเช่นกัน นั่นก็คือ “จุดชมวิว” ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจุดชมวิวของจังหวัดภูเก็ตนั้น

ศาลเจ้าแม่ย่านาง หรือ ศาลเจ้าซัมเทียนเฮวกึ๋ง ตั้งอยู่บริเวณถนนกระบี่ ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2396 โดยหลิ่มบุนซุ่น ชาวภูเก็ตนิยมไปนมัสการแม่ย่านางเรือ มีความศักดิ์สิทธิ์ด้านการเดินเรือทางทะเลทั่วไป สามารถปัดเป่าให้พ้นภัยวิบัติได้

ภาพ : สิริพงษ์ มุกดา  การก่อสร้างศาลเจ้าหลิมฮู้ไท้ซู่ ไม่ปรากฏว่าเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.ใด ทราบแต่ว่า มีผู้มีจิตศรัทธา ชื่อหลวงสุนทรจีนประชา บริจาคที่ดิน ประมาณเกือบหนึ่งไร่ พร้อมทำการสร้างอ๊ามถวายให้ พร้อมทั้งมอบ องค์พระไท้ซู่ก้อง และองค์พระอื่นๆ ประดิษฐานไว้ในศาลเจ้า หลังจากนั้น

ภูเขาที่อุดมด้วยแมกไม้เขียวขจี อากาศบริสุทธิ์ในทุกช่วงเวลา หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยสายน้ำบริสุทธิ์จากยอดเขา สิ่งที่เอ่ยมาเหล่านี้คือเสน่ห์ของ “เขาค้อ” ที่ตั้งอยู่ในตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต สถานที่ซึ่งเดิมทีเป็นป่ายางพารา และต่อมาได้ถูกสร้างสรรค์ให้เป็น “ภูเก็ต อันดามัน แคมป์” 

ภาพ : สิริพงษ์ มุกดา  เมื่อปี พ.ศ.2553 รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สนับสนุนงบประมาณเป็นเงิน 154 ล้านบาท ตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้โครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง พ.ศ.2555 (แผนฟื้นฟูรอบที่ 2)

การเดินทางไปต่างประเทศนั้นทุกคนที่เดินทางไปจะต้องมีหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญเพื่อไว้ใช้ในการแสดงตน แม้กระทั่งวัยเยาว์ก็ต้องมีหนังสือเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อการเป็นประโยชน์ต่อตนเองและเป็นการเข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับวัยเยาว์จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้างนั้นเรามีมาฝากผู้อ่านกันค่ะ