Auto & Marine Featured Lifestyle

Chevrolet Captiva หรูหรา สปอร์ตเต็มพลัง

Chevrolet Captiva

เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ สร้างความทรงจำที่เหนือกว่า SUV เจ้าของรางวัลรถดึงดูดใจที่สุดแห่งปี 2013 จากสถาบัน เจ.ดี. พาวเวอร์ ที่ได้รับการ ออกแบบอย่างลงตัวทั้ง สไตล์และสมรรถนะ กับประสิทธิภาพการขับขี่ที่คล่องตัว รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมืองได้อย่างสมบรูณ์แบบ

เชฟโรเลต แคปติวา โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์กระจังหน้าสองชั้น “ดูอัลพอร์ท” ขนาดใหญ่ พร้อมกรอบโครเมียม คาดกลางด้วยโลโก้โบว์ไทสีทองขนาดใหญ่ขึ้น  กรอบไฟหน้าดีไซน์ใหม่คู่กับไฟโปรเจคเตอร์ ทำงานอัตโนมัติปรับสูงต่ำได้ 4 ระดับ  ฝากระโปรงและกันชนหน้าออกแบบใหม่พร้อมช่องรับอากาศและไฟตัดหมอกรูปทรงใหม่  ด้านข้างเพิ่มขอบโครเมียมให้ความหรูหรา ส่วนด้านท้ายรถ ติดตั้งสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม  ส่วนบริเวณกันชนท้ายติดตั้งแผ่นกันกระแทก พร้อมปลายท่อไอเสียคู่โครเมียมแบบสปอร์ต  ตามมาด้วยล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้วในรุ่น LTZ พร้อมยาง 235/50 R19  สำหรับภายนอกที่ให้มาเรียกว่าแทบไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มก็ดูหล่อแล้ว

Chevrolet Captiva

และเมื่อเปิดประตูสู่ห้องโดยสารของเจ้าเชฟโรเลต แคปติวา ก็พบกับความสะดวกสบายจากออฟชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • เบาะที่นั่งหุ้มหนังแท้สีโทนสว่าง
  • เบาะที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย
  • เบาะแถวหลังสามารถพับราบ สำหรับขนสัมภาระใหญ่ๆได้สบาย
  • ในแผงคอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์
  • พวงมาลัย 4 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่นซึ่งผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ
  • เบรกมือไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย เพียงแค่กดปุ่ม

ส่วนระบบเครื่องเสียงเป็นแบบสามมิติ (3 Dimensional Sound Staging) ที่โดยเน้นมิติเสียง คมชัด และสมจริง ผ่านลำโพง 8 ตัว  โดยสามารถเชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธ  USB และ AUX  และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ เมื่อมีเครื่องเสียงชั้นดีแล้วภายในห้องโดยสาร วิศวกรเชฟโรเลตยังเพิ่มวัสดุป้องกันเสียงเพื่อลดการรบกวนจากเสียงภายนอก ทั้งจากพื้นถนน เสียงลม หรือเสียงเครื่องยนต์

Chevrolet Captiva

เร่งทันใจด้วยดีเซลเทอร์โบ

  • ใช้เครื่องยนต์บล็อกใหม่ ดีเซลคอมมอนเรลแรงดัน 1,800 บาร์ พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,998 ซีซี กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 36.7 กก.-ม. ที่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +/- Driver Shift Control ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ
  • เสียงดังและความสั่นสะเทือนซึ่งเป็นบุคลิกประจำตัวของเครื่องยนต์ดีเซล ถูกกรองจนแทบไม่หลงเหลือเมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร ทั้งพวงมาลัย หัวเกียร์ พื้นรถ และเบาะนั่ง แทบไม่มีความสั่นสะเทือนให้สัมผัส ส่วนเสียงเครื่องยนต์มีเพียงเสียงกระหึ่มของท่อไอเสียให้ได้ยินเมื่อใช้รอบสูงๆ ลองสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วออกมายืนนอกรถ พบว่าเสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ดังเท่าไรนัก แต่ก็ชัดว่าเป็นดีเซล

Chevrolet Captiva

  • ซึ่งการเดินทางในโหมดการขับขี่แบบ ECO ก็ให้ความนุ่มนวลดี แต่เมื่อต้องการเร่งแซง หรือใช้กำลังเครื่องยนต์เต็มที่ก็ต้องปลดโหมด ECO ออกเพื่อความทันใจ และให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น เชฟโรเลต แคปติวา ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (All-Wheel Drive) พร้อมระบบเสริมแรงบิดอัจฉริยะ (Active Torque On Demand) มาช่วยเสริมในการขับขี่ได้อย่างดี

Chevrolet Captiva

ระหว่างการขับขี่เดินทาง ก็ยังเพลิดเพลินกับระบบเครื่องเสียง 3D Sound staging ของเชฟโรเลต แคปติวา อยากจะบอกว่าเหมือนกับยกเครื่องเสียงบ้านดีๆมาเปิดฟังในรถเลย โดยสามารถเลือกได้ 2 โหมด คือ  Passenger จะเน้นที่ผู้โดยสาร และ Driver ก็จะใช้เวลาเราขับขี่คนเดียว  และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องการเก็บเสียงรบกวนภายนอกทำได้ดีเลยทีเดียวทั้งในช่วงเจอถนนที่ไม่ดี และในยามที่ใช้ความเร็วสูง

Chevrolet Captiva

ช่วงล่างนุ่มหนึบ

  • ระบบกันสะเทือนเหมือนรุ่นเบนซินคือ อิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ 4 จุดยึดพร้อมระบบปรับความสูงอัตโนมัติ ความรู้สึกในการขับไม่แตกต่างจากรุ่นเบนซิน คือ นุ่มและหนึบ ล้อแม็กพร้อมยาง 235/50/19 ไม่กระด้างหรือสะเทือนจนนั่งไม่ติด เพราะแก้มยางสูงพอควร 117.5 มิลลิเมตร

แคปติวาใหม่มาพร้อมระบบเข้า-ออกห้องโดยสารโดยไม่ต้องใช้กุญแจ (Passive Entry Passive Start – PEPS) ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกประตูและสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่ออยู่ในรัศมีของเซ็นเซอร์โดยไม่ต้องถือกุญแจอยู่ในมือ

Chevrolet Captiva

นอกจากนี้ สวิทช์ควบคุมบนพวงมาลัยยังเป็นแบบเรืองแสงเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ครูสคอนโทรล) สำหรับการตกแต่งยังมีการยกระดับพื้นผิวของวัสดุทั่วทั้งห้องโดยสารให้มีความสดใหม่ยิ่งขึ้น

Chevrolet Captiva

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอก แคปติวาได้รับการปรับดีไซน์กันชนหน้าใหม่ พร้อมฝาครอบไฟตัดหมอกที่ให้ความหรูหรายิ่งขึ้น ขณะที่กันชนหลังได้รับการออกแบบใหม่คู่กับปลายท่อไอเสียโครเมียมและกรอบไฟหลังสไตล์ใหม่ แคปติวาโฉมล่าสุดยังติดตั้งบันไดข้างสแตนเลสที่อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเข้า-ออกตัวรถได้ง่ายขึ้น (เฉพาะรุ่น 2.0 ดีเซล LTZ อย่างเดียว)  ปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกช่วยเสริมความหรูหราให้แคปติวา 2014 ได้อย่างชัดเจน

Chevrolet Captiva

แคปติวายังคงมีช่องปรับอากาศเพื่อความเย็นสบายของผู้โดยสารแถวที่สามและมีเบาะรองรับห้าถึงเจ็ดที่นั่ง พร้อมกับเนื้อที่จัดเก็บสัมภาระ 930 ลิตร ระบบเครื่องเสียงเป็นเทคโนโลยีแบบสามมิติ (Three-Dimensional Sound Staging) พร้อมลำโพงแปดตัวที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบคุณภาพเสียงขั้นสูง

Chevrolet Captiva

Chevrolet Captiva

Chevrolet Captiva

แคปติวาใหม่มีเครื่องยนต์ให้เลือกสองบล็อก เริ่มจากเบนซิน 4 สูบ 2.4 ลิตร E85 พร้อมเพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ (DOHC) 16 วาล์วและระบบวาล์วแปรผันคู่ต่อเนื่อง (Double CVC) ให้พละกำลังสูงสุด 168 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 229 นิวตันเมตร แคปติวาเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในเซกเมนท์นี้ที่รองรับเชื้อเพลิง E85

Chevrolet Captiva

Chevrolet Captiva

แคปติวา 2014 ยังคงติดตั้งเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่และช่วงล่างที่มั่นคง ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ทำให้เอสยูวีรุ่นนี้มีการควบคุมที่เหนือชั้นและปราดเปรียว แคปติวายังโดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติที่จะรักษาความสูงของตัวรถโดยอัตโนมัติไม่ว่าจะบรรทุกหนักเพียงใดก็ตามเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและการควบคุม

ระบบความปลอดภัยของแคปติวาเพียบพร้อมทั้งเชิงรุกและเชิงป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบช่วยเบรกไฮโดรลิก (HBA) ระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิก (EBD) ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) และระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP)

สำหรับสีของตัวรถมีทั้งหมด 5 สี

  • Auburn Brown
  • Black Sapphire
  • Royal Gray
  • Summit White
  • Swichblade Silver

ราคา

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ LSX ราคา 1,298,000 บาท
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ LTZ ราคา 1,595,000 บาท
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เกียร์อัติโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ LSX ราคา 1,425,000 บาท
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ LTZ ราคา 1,719,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์เชฟโรเลตภูเก็ต (บายพาส)
ถนน เฉลิมพระเกียรติรัชกาล ที่ 9 อำเภอเมือง จังหวัด ภูเก็ต
โทรศัพท์ 076 261 500
เปิดทำการเวลา 08.30-17.30 น.

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.