Beauty & Wellness Living

“โรคมือเท้าปาก” มหันตภัยร้ายคร่าชีวิตเด็ก

 โรคมือเท้าปาก มหันตภัยร้ายคร่าชีวิตเด็ก

โรค มือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พ่อแม่และผู้ปกครองให้ความสนใจและติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดในขณะนี้ เพราะโรคนี้กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในเด็กเล็ก และเป็นที่ทราบกันดีว่าโรคนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมากและอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่รีบทำการรักษา และสามารถติดต่อกันได้ง่ายมากจึงทำให้โรคนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีผู้ป่วยโรค มือ เท้า ปาก เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งมีจำนวน 200 กว่าราย แต่จากการตรวจสอบพบว่าโรคมือ เท้า ปากที่ระบาดในจังหวัดภูเก็ตเป็นเชื้อที่ไม่รุนแรง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมขึ้นเพื่อเฝ้าระวังป้องการการแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด

โรค มือ เท้า ปาก (Hand and Foot Moutk Disease)

เกิดจากเชื้อไวรัสลำไส้หรือเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด พบบ่อยในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โรคนี้จะเกิดประปรายตลอดปี และจะเพิ่มมากขึ้นในหน้าฝนเพราะอากาศเย็นและชื้น โดยทั่วไปโรคนี้มีอาการไม่รุนแรง

  • การแพร่ของโรค

โรคจะแพร่และติดต่อง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย โดยการติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง โดยอาจมาจากของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองหรือแผล และอุจจาระของผู้ป่วย ตลอดการไอ จามรดกัน ในระยะที่เด็กมีอาการทุเลาหรือหายป่วยแล้ว ยังสามารถพบเชื้อในอุจจาระได้นานอีกเป็นเดือน แต่การติดต่อจะเกิดขึ้นได้น้อย

  • อาการของโรค

หลังจากได้รับเชื้อ 3-6วัน ผู้ติดต่อจะเริ่มแสดงอาการป่วย เริ่มมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1-2 วัน จะมีอาการเจ็บปากและไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส ซึ่งบริเวณรอบๆ จะอักเสบและแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกและเป็นแผลหลุมตื้นๆ จะพบตุ่มหรือผื่นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า นิ้วมือ หรือที่ก้น แต่จะไม่มีอาการคัน ซึ่งอาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน

  • การรักษา

โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก ควรให้เด็กนอนพักผ่อนมากๆ และต้องเช็ดตัวเพื่อลดไข้เป็นระยะให้ทานอาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้ หากเป็นเด็กอ่อนอาจต้องป้อนนมแทนการป้อนจากขวด

  • การป้องกันโรค

โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ป้องกันได้โดยรักษาสุขภาพอนามัย ผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูเด็กควรแนะนำหรือดูแลให้เด็กตัดเล็บสั้น ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังการขับถ่าย และหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อม ตลอดถึงการรับประทานอาหารควรใช้ช้อนกลาง และหลีกเลี่ยงการใข้ของร่วมกัน เช้น แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น

สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียน ควรจัดให้มีอ่างล้างมือและส่งเสริมให้มีการล้างมือที่ถูกต้อง และหมั่นทำความสะอาดของเล่น เครื่องเล่น และอุปกรณ์เครื่องใช้ และห้องน้ำอยู่เสมอ หากพบเด็กป่วยต้องรีบป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปถึงผู้อื่น ควรแนะนำผู้ปกครองให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์และให้หยุดรักษาตัวภายใน 7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด หรือที่สาธารณะ

  • การควบคุมโรค

เชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เอนเทอโรไวรัส 71 อาจทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากเด็กมีอาการไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ แขนขาอ่อนแรง และไม่ยอมทานอาหารและน้ำ หรือชัก อาจทำให้เกิดภาวะสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอดได้ ซึ่งอาจทำให้เด็กถึงขั้นเสียชีวิต ต่องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

สำหรับสถานศึกษาหรือสถานเลี้ยงดูเด็ก หากเด็กมีการป่วยเป็นจำนวนมาก ควรปิดสถานที่ชั่วคราว ประมาณ1-2 สัปดาห์ และทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคโดยใช้สารละลายเจือจางของน้ำยาฟอกขาว 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 1 ลิตร

โรคมือเท้าปาก มหันตภัยร้ายคร่าชีวิตเด็ก

จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์โรค มือ เท้า ปาก ของสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้มีจำนวนผู้ป่วยเฉลี่ยเดือนละ 40 คน และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเฉลี่ยเดือนละ 20 คน

แต่ถึงอย่างไรจากการตรวจสอบพบผู้ป่วยมีจำนวนลดลงแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรฝึกให้เด็กรักษาความสะอาดต่อร่างกายและมีอนามัยต่อตนเองมากขึ้น เพราะโรคนี้สามารถกลับมาติดต่อได้อีกทุกเมื่อ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต 076-211330 ต่อ 305-6

 

Leave a Reply