Arts & Culture Lifestyle

“ภูเก็ต” หรือ “ภูเก็จ” ? รู้ไว้ใช่ว่า

ภูเก็ต เมืองไข่มุกอันดามัน สวรรค์แดนใต้แห่งนี้ จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงกระจายไปทั่วโลก นอกจากจะมีความงามในเรื่องวิว ทิวทัศน์ เกาะแก่ง หาดทรายขาวๆ น้ำทะเลใสๆ ซึ่งต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่ดูเหมือนว่านักท่องเที่ยว หรือใครต่อใครอีกหลายคนที่เที่ยวภูเก็ตจะยังไม่รู้ หรือให้ความสนใจแต่อย่างใด

ภูเก็จหรือภูเก็ต

หลายคนคงเคยสับสนเวลาเห็นป้ายตามร้านอาหาร หรือ บริษัทต่างๆในจังหวัดภูเก็ต  ที่มีคำว่า “ภูเก็จ” บางคนคงตะหงิดคิดสงสัยว่า เอ๊ะ..ทำไมใช้จ.จาน ? หรือที่ใช้อาจเพราะสะกดเหมือนกัน เพิ่มความแปลกใหม่ สะดุดตา  ใครรู้บ้างว่า แท้จริงแล้ว เมืองไข่มุกอันดามัน สวรรค์แดนใต้แห่งนี้ มีชื่อเรียกว่าอะไร สะกดอย่างไรกันแน่ หลายคนบอกว่า “ภูเก็ต” ไง เห็นๆ กันอยู่ ใครๆ ก็ใช้คำนี้กัน แต่ยังมีนักวิชาการท้องถิ่นให้ความเห็นว่า มันต้องเป็นคำว่า “ภูเก็จ” ซึ่งมี จ.จาน เป็นตัวสะกดสิ ถึงจะถูกต้องตามรากเหง้าของความเป็นไทย…

คำว่า “ภูเก็ต” ที่พวกเราใช้กันจนชินตานั้น เชื่อกันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “บูกิ๊ต” หรือ “บูเก๊ะ” ในภาษามลายู ซึ่งแปลว่าภูเขา เพราะในสมัยก่อนยังนิยมใช้เรือในการเดินทาง เมื่อมองจากทะเลเข้ามา ก็จะเห็นเหมือนมีภูเขาโผล่ขึ้นมากลางน้ำ

ส่วนคำว่า “ภูเก็จ” จ.จาน สะกด เป็นคำไทยแท้ๆแต่โบราณ เกิดจากการรวมคำระหว่างคำว่า ภู ที่แปลว่า ภูเขาหรือแผ่นดิน กับคำว่า เก็จ ที่แปลว่า แก้วหรืออัญมณี เมื่อเอาทั้งสองคำมารวมกัน ก็แปลได้ง่ายๆ แต่ยังแฝงไว้ 2 ความหมายอีก คือ เมืองแก้ว เมืองที่มีค่า และอีกความหมายคือ แผ่นดินที่มีเพชร ซึ่งแต่ก่อนก็มีเพชรอยู่จริง โดยในประเทศไทยมีเพชรอยู่ 2 จังหวัด คือภูเก็ต และพังงา

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถนั่ยืนยันได้ว่า มีการใช้ชื่อ “ภูเก็จ” มาตลอด นั่นก็คือ

  • จดหมายเหตุเมืองถลาง ฉบับที่ 1 ปีพ.ศ.2328 ของท่านผู้หญิงจันหรือท้าวเทพกระษัตรี ที่เขียนไปถึงกัปตันฟรานซิส ไลท์ กล่าวถึงเรื่องคุณเทียน ประทีป ณ ถลาง (บุตรท้าวเทพกระษัตรี) ได้รับพระราชทานตำแหน่ง พระยาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามคำแหง อันแปลว่า ผู้ครองเมืองภูเขาแก้ว
  • พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งดำรงพระยศพระบรมโอรสาธิราช กราบบังคมทูลรายงานกิจการเหมืองแร่ในมณฑลภูเก็จ ครั้งเสด็จหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.128
  • หนังสือราชการเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการเขียนถึงพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลภูเก็จ
  • ตราประทับของกระทรวงมหาดไทยประจำมณฑลภูเก็จ (มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ กะทู้)
  • เครื่องบินประจำมณฑลภูเก็จ และภาพแผนที่ระวาง เขียนโดยกรมแผนที่ทหาร
ภูเก็จหรือภูเก็ต
เครื่องบินประจำมณฑลภูเก็จ หลักฐานยืนยันว่าแต่ก่อนเมืองไข่มุกอันดามันเคยใช้ชื่อ”ภูเก็จ”มาก่อน

สาเหตุที่ “ภูเก็ต” ต.เต่าเริ่มเข้ามาแทนที่ “ภูเก็จ” จ.จานนั้น น่าจะเป็นเพราะ เมื่อปลายรัชสมัยของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จนถึงต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) สยามประเทศของเราเริ่มติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น เริ่มใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ก็แปลจาก ภูเก็จ เป็น Phuket แต่พอเวลาแปลกลับมาเป็นไทย ตัวอักษร t ก็กลายเป็นตัว ต. เต่า เลยเป็น ภูเก็ต ต.เต่า สะกดมาโดยตลอด

เพราะฉะนั้นเวลาที่เห็นคำว่า “ภูเก็จ” ถูกนำไปใช้ตามหนังสือ นิตยสาร ลายเสื้อ ร้านค้า หรือชื่อกลุ่ม องค์กร และสมาคมต่างๆ ฯลฯ ก็ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องแปลกใจอีกต่อไปแล้ว ให้รู้ไว้เลยว่า เค้าต้องการสร้างเอกลักษณ์ และอนุรักษ์ชื่อจังหวัด “ภูเก็จ” เอาไว้ดังเดิม

อย่างไรก็ตาม เรื่องชื่อของจังหวัด”ภูเก็ต”หรือ”ภูเก็จ” ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน 
ภูเก็จหรือภูเก็ต
 
 
 
 
 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.