Featured People

“จำรัส ภูมิถาวร” ปราชญ์ภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม

“จำรัส ภูมิถาวร” ปราชญ์ภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม
“จำรัส ภูมิถาวร” ปราชญ์ภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม

คุณลุงจำรัส ภูมิถาวร หรือ แป๊ะจุ่น ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านกู้กู เกษตรกรชาวภูเก็ต ผู้จบเพียง ป.4 แต่สามารถถ่ายทอดความรู้ เป็นครูสร้างอาชีพให้คนทำมาหากินมาแล้วมากมาย เกษตรกรผู้ยึดมั่นในวิถีของตนจนสามารถเป็นแบบอย่างในความพอเพียงท่านนี้ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรผสมผสาน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รับการยกย่องให้เป็น ปราชญ์เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2550

ชีวิต การศึกษา การเรียนรู้ และการทำงาน

คุณลุงจำรัส ภูมิถาวร ในวัยเด็กครอบครัวฐานะยากจน มีแม่เป็นผู้นำครอบครัว ประกอบอาชีพทำนา ทำขนมขาย เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ และในวัยเด็กเป็นคนที่สนิทกับยายมาก จึงได้รับการถ่ายทอดศิลปะด้านการทำจักรสานและงานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ทางเกษตร นอกจากนั้นต้องช่วยแม่และญาติทำนา ปลูกผัก ทำให้ได้รับความรู้ที่เป็นพื้นฐานทางด้านเกษตร

จากการได้รับความรู้พื้นฐานการเกษตร เป็นคนรักความสงบ เรียบง่าย ในปี 2514 จึงได้ประกอบอาชีพการเกษตรอย่างจริงจัง เริ่มจากการปลูกพืชผักสวนครัว ทำสวนยางพารา จำนวน 30 ไร่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และเริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ได้เรียนรู้และพัฒนาการจัดวางรูปแบบของสวนในพื้นที่จำกัด มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอยู่เสมอ โดยเริ่มต้นเข้าสู่ระบบการศึกษาด้วยการเข้ารับการฝึกอบรม ทัศนศึกษา ดูงานที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นและเรียนรู้พัฒนาความรู้ ความชำนาญของตนเองให้สอดคล้องกับอาชีพ และได้นำความรู้เหล่านั้นบอกต่อเพื่อนบ้านร่วมอาชีพ

จากความมุ่งมั่น ตั้งใจ ใฝ่รู้ดังกล่าว ทำให้สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ลงทุนน้อยออกสู่ตลาด สามารถพึ่งตนเองในวิถีทางเกษตรได้

องค์ความรู้

จำรัส ภูมิถาวรปราชญ์จำรัส ภูมิถาวร เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เชี่ยวชาญในด้านการจัดการเรื่องการเกษตร มีความสามารถในการใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนให้เกิดระบบมากขึ้น โดยดำเนินการดังนี้ ปลูกผักเหมียง มะกอก (เก็บยอด) และมันปูเป็นการแสดงอาณาเขตรอบๆ พื้นที่ของตนเองประมาณ 200 ต้น ปลูกมะพร้าวน้ำหอมไว้บริเวณบ้านพักและตามทางเดิน บริเวณที่เป็นลุ่มได้ขุดสระน้ำขนาดเล็กไว้เลี้ยงปลาดุกและปลาหมอนา ในบ่อปลาหมอก็ทำเป็นแปลงอนุรักษ์พันธุ์กะเปก (หน่อไม้น้ำ) รอบๆ สระน้ำต้นสะเดามาปลูกไว้ บริเวณพื้นที่ทั่วไปในสวนมีการปลูกพืชสวนครัวแซม เช่น ข่า ตะไคร้ ขมิ้น พริก ฯลฯ ซึ่งพืชที่ปลูกเหล่านี้นอกจากใช้บริโภคในครัวเรือนแล้ว สามารถนำขายสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว และนอกจากพืชผักแล้ว ครูจำรัส ยังปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น หมากนวล หมากเหลือง ดาหลา เพื่อจำหน่ายให้กับร้านขายต้นไม้ เวลาจัดสวน สำหรับพื้นที่โล่งได้จัดแปลงปลูกพืชแบบไร้ดิน เพื่อเป็นฐานของการศึกษาเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร พืชที่ปลูกเป็นผักสลัดจำพวก กรีนโอ๊คและเร็กเก็ต ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ รอบรับธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้ด้วย

ครูจำรัส ได้เรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อใช้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การทำเตาอีวาเตะ ซึ่งผลิตด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร หุ้มด้วยดินร่วนปนทราย สามารถให้ความร้อนได้สูงสุดถึง 1,000 องศาเซลเซียส สามารถเผาเครื่องเซรามิกได้ และจากการทำเตาเผาถ่านดังกล่าว สามารถเก็บเศษไม้ต่างๆ มาเผาเป็นถ่านเชื้อเพลิงหุงต้มในครัวเรือน และยังนำเอาผลไม้ต่างๆ เช่น มังคุด สับปะรด ทุเรียน ลูกมะพร้าว และไม้ไผ่ มาเผาเป็นถ่านดูดกลิ่น และถ่านบำบัดซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและรังสีต่างๆ อันมีผลกระทบต่อระบบการทำงานของคลื่นสมอง คลื่นหัวใจและการไหลเวียนของเลือดมีการนำเอาถ่านบำบัดที่ได้มาทำในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ทำเป็นตุ๊กตา ผสมกับเครื่องจักรสาน ทำหมอนเพื่อสุขภาพที่สำคัญคือ การเก็บน้ำส้มควันไม้มาใช้แก้ปัญหาโรคพืชและแมลงในแปลงเกษตร

นอกจากด้านการเกษตรแล้ว ครูจำรัสยังมีความเชี่ยวชาญในการนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาแปรรูปเป็นเครื่องจักรสานและงานหัตถกรรม

รวมถึงการทำผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ ใช้ในครัวเรือน มีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพซึ่งมีการบริหารแบบสหกรณ์ รวมทั้งเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านการจัดการเกษตรแก่กลุ่มเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ทั้งในและต่างจังหวัด คณะศึกษาดูงาน

“จำรัส ภูมิถาวร” ปราชญ์ภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม

ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามโดยตรงกับ แป๊ะสุ่น ได้ที่ “กลุ่มกู้กูร่วมใจ” หมายเลขโทรศัพท์ 076 240 486

การเดินทาง ตั้งอยู่เยื้องที่ทำการเทศบาลตำบลรัษฎา ซอยแม่กลิ่น อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

“หากพูดถึงคำว่าพอเพียง เราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราต้องการแค่ไหน เพราะคำว่าพอเพียงของคนเราไม่เท่ากัน เราต้องรู้ว่าความพอเพียงของเราอยู่ตรงไหน แล้วเราก็มุ่งไปถึงจุดนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดนิ่ง เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ต้องเรียนรู้ให้ทันโลก และแป๊ะอยากจะฝากข้อคิดว่า ตอนนี้ใครก็ตามที่ไปไหนไม่ถูก งงแล้ว มึนแล้ว ขอให้หยุดนิ่ง แล้วมองไปข้างหลัง ว่ามีอะไรบ้าง ปู่ย่าตายายเราเคยทำอะไรไว้บ้าง แล้วหยิบเอาตัวนั้นออกมา เหมือนแปะสุ่นครั้งหนึ่งก็เคยวนอยู่ในอ่าง คือเรามองแต่ที่สูง มองเงินร้อยล้านพันล้าน นั่นเป็นการคิดที่ผิด ขอให้หันกลับไปมองอดีตของตัวเอง แล้วหยิบจับสิ่งที่ปู่ย่าตายายของเราเคยทำมา โดยเฉพาะการเกษตรและการใช้ชีวิตแบบพอเพียง แล้วเราจะอยู่รอดได้แน่นอน” จำรัส ภูมิถาวร 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.