Arts & Culture Featured Lifestyle

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”ในทุกๆ ปี “เทศกาลถือศีลกินผัก” ของจังหวัดภูเก็ต เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว และสื่อมวลชนจากทั่วโลก ที่ร่วมเป็นสักขีพยานถึงพลังศรัทธาอันเข้มข้นของ “คนภูเก็ต” ที่มีต่อประเพณีนี้ อย่างไม่เคยจืดและจางลงไปเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เพราะแท้จริงแล้วในภูเก็ต แก่นแท้ของประเพณีไม่ใช่แค่การ “กินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์” เพียงเท่านั้น แต่เป็นช่วงเวลาที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ต จะได้แสดงความเคารพต่อองค์เทพเจ้าจีน ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยดูแลบ้านเมืองนี้ ผ่านพิธีกรรมต่างๆ และเป็นการสานต่อสิ่งที่บรรพบุรุษได้ริเริ่มไว้ ให้คงความเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด หากมีใครถามผมว่าอยากมาเที่ยวงานกินผักที่ภูเก็ต จะไปที่ศาลเจ้าไหนดี? … ผมจะต้องตอบว่า “ศาลเจ้ากะทู้” อย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะว่าศาลเจ้าอื่นๆ ไม่น่าสนใจหรอกนะ แต่ผมอยากให้มาสัมผัสกับความกลมเกลียวของชาวกะทู้ ที่น่ารัก และใส่ใจในการคงเจตนารมณ์ของประเพณีไว้อย่างน่ายกย่องมากที่สุด

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

คำกล่าวข้างต้นของผมไม่เกินจริงแน่นอน พิสูจน์ได้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่มีเรื่องน่าสนใจสำหรับชาวภูเก็ต เมื่อตามปฏิทินจีน มีเดือน 9 ถึง 2 ครั้ง ซึ่งเวลาห่างกันแค่ประมาณ 1 เดือน โดยการที่เดือน 9 ใหญ่ และเดือน 9 เล็ก จะมาบรรจบกันอีกที ต้องใช้เวลานานถึงเกือบ 100 ปี ซึ่งตามหลักการแล้วต้องจัดประเพณีถือศีลกินผัก 2 รอบ แต่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของศาลเจ้านั้นๆ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะสามารถจัดใหญ่ได้ทั้ง 2 รอบ แต่สำหรับศาลเจ้ากะทู้ ซึ่งเป็นศาลเจ้าแห่งแรกของภูเก็ต ที่ประกอบพิธีถือศีลกินผัก ตั้งแต่เมื่อ 182 ปีก่อน ได้มีมติโดยคณะกรรมการศาลเจ้า พร้อมประชามติจากชาวบ้านกะทู้ ให้ดำเนินประเพณีถือศีลกินผัก รอบ 2 ตลอดทั้ง 9 วัน แบบเต็มรูปแบบ (ยกเว้นแค่พิธีกรรมลุยไฟ และสะเดาะเคราะห์) ซึ่งต่อมา ศาลเจ้าเชิงทะเล ก็ได้ประกาศจัดประเพณีเต็มรูปแบบ เช่นเดียวกัน ส่วนศาลเจ้าแห่งอื่นๆ จะทำหน้าที่สนับสนุนพิธีกรรม

Phuketindex.com จึงไม่ขอพลาดโอกาสสำคัญในรอบกว่า 100 ปี ขอไปสัมผัสบรรยากาศเทศกาลถือศีลกินผัก รอบ 2 ที่ศาลเจ้ากะทู้ ว่าจะมีบรรยากาศเหมือนหรือแตกต่าง และคนกะทู้จะรู้สึกเช่นไร ที่ปีเดียวได้มีส่วนร่วมในประเพณี ถึง 2 รอบ…

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

วันที่ผมเดินทางมา คือเช้าของวันที่ 24 ต.ค. 2557 ซึ่งเป็นวันแรกของประเพณี และทางศาลเจ้ากะทู้เองจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 1 พ.ย. 2557 บริเวณรอบข้างศาลเจ้ากะทู้จะเป็นชุมชนของชาวกะทู้ดั้งเดิม ซึ่งอาจไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือหนาแน่นเหมือนชุมชนอื่นๆ ในภูเก็ต แต่ก็เห็นปุ๊ปก็รู้ปั๊ปว่าเป็นคนเชื้อสายจีนแน่นอน ด้วยรูปแบบบ้าน วิถีชีวิต และการแต่งกาย แน่นอนว่าริมถนน และหน้าบ้าน มีการตั้งขายอาหารเจ และผมก็เห็นชาวบ้านตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา สวมชุดขาว นั่งรับประทานกับข้าวเจกันแน่นขนัด เมื่อเข้ามาในตัวศาลเจ้ากะทู้ พบเห็นเจ้าหน้าที่ศาลเจ้ากำลังจุดดวงไฟ ที่ประดับติดไว้กับเสาโกเต้ง และเห็นผู้คนมากันแบบเป็นครอบครัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนในละแวกนี้ ร่วมบริจาคเงิน และเข้าไปสักการะองค์พระภายใน ตามพิธีกรรมแบบไม่ต้องมีใครมาบอกบท เพราะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”ถัดมาผมเดินแวะไปที่โรงเจฝั่งตรงข้าม ก็เจอกับชาวบ้านหิ้วปิ่นโตมารับอาหารเจ ซึ่งเป็นบริการของศาลเจ้า ที่ได้จากการทำบุญ และบริจาคจากชาวบ้านด้วยควาสมัครใจ เรียกได้ว่าเป็นหลักการที่น่าชื่นชม เมื่อชุมชนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และดูแลกันเอง ด้านในโรงเจมีหม้อขนาดใหญ่ ทั้งที่ใส่วัตถุดิบ ส่วนใหญ่เป็นผัก และหม้อที่เป็นอาหารเจปรุงเสร็จแล้ว เป็นผัด เป็นแกง ที่มีกลิ่นโชยหอมน่าทาน รอลงไปนอนในปื่นโต หรือถ้วยจาน ให้ชาวบ้านได้รับประทานกัน

ผมมีโอกาสได้นั่งคุยกับ คุณยาย เฉ่ง แซ่ฉั่ว วัย 68 ปี ซึ่งเป็นคนกะทู้ เกิดและโตที่นี่ เล่าความรู้สึกกับผมว่า

“สำหรับคนกะทู้ งานกินผักสำคัญมากๆ ต้องตั้งใจช่วยเหลือกัน ให้งานออกมาสำเร็จ เพราะเป็นคำสัญญาที่พวกเรามีต่อบรรพบุรุษ และเป็นการแสดงความนับถือองค์เทพ ว่าเรามีรากเหง้าและวัฒนธรรมที่ดีงาม ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้ถูกลืม ทุกคนจึงต้องช่วยกัน คนแก่ต้องสอนเด็ก ลูกหลานต้องเชื่อฟัง และสืบสานต่อไป ห้ามทิ้งเด็ดขาด”

ผมถามต่อว่า รู้สึกอย่างไรที่ปีนี้ได้กินเจ 2 รอบ ยายเฉ่ง ตอบแบบอารมณ์ดีว่า

“ตอนรู้ข่าว ยายตกใจนะว่าเออ… มีด้วยเหรอ แต่ก็ได้ความว่าเคยมีแล้วแต่เป็นร้อยปี ตอนนั้นยายยังไม่เกิดหรอก ดีใจมากเลยนะ ที่ยายมีโอกาสได้ร่วมพิธี แบบว่าตื่นเต้น ฮ่าฮ่า ยายจะทำอะไรก็กลัวจะเป็นลม เป็นแล้งไปก่อน ไม่ได้อยู่มีส่วนร่วมกับเขา (ยิ้ม)” คุณยายเฉ่ง ทำหน้าที่อยู่ในโรงเจ ช่วยซื้อหาผัก และนำมาปรุงให้ชาวกะทู้ได้ทานอาหารเจ รสชาติอร่อยๆ”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”เมื่อได้พูดคุยกับชาวกะทู้รุ่นเก่าไปแล้ว ลองถามความเห็นเด็กรุ่นใหม่ ยังเจนของกะทู้บ้างดีกว่า น้องผู้ชาย ชื่อ อภิสิทธิ์ สุกอ่อน อยู่ชั้น มัธยม 1 โรงเรียนกะทู้วิทยา บอกว่า 

“ช่วงกินเจพ่อกับแม่จะมาช่วยทำงานให้กับศาลเจ้ากะทู้ครับ ตั้งแต่ผมเล็กๆ เค้าก็จะพามาที่นี่ด้วย พอโตขึ้นหน่อยก็เลยขอมาช่วยงานเอง ช่วยเก็บของ ยกของครับ แบบรู้สึกว่าช่วงกินผัก ครอบครัวจะใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ตรงกับช่วงปิดเทอมด้วย ได้มาอยู่ที่อ๊ามดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ครับ ส่วนครั้งนี้ก็งงๆ ว่าทำไมกินผักสองเที่ยว (ทำหน้างง) แต่ก็สนุกดีครับ”

เสียดายที่ผมมีเวลาไม่นานนัก จึงเก็บความรู้สึกของชาวกะทู้มาได้เพียงเท่านี้ แต่ก็พอสัมผัสได้ว่า เทศกาลถือศีลกินผัก รอบ 2 ที่ศาลเจ้ากะทู้ จัดขึ้นก็มีความเหมือนกับรอบปรกติซึ่งจัดขึ้นทุกปี ชาวกะทู้คงไม่คิดว่าปีนี้ต้องเหนื่อย ต้องเสียเงิน หรือต้องงดเนื้อ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่ผมมั่นใจว่าพวกเขาต้องคิดว่าโชคดี ที่ได้เกิดมาในปีที่ประกอบพิธีกรรมถึง 2 หน ได้บุญ ได้ความสบายใจแบบสองเท่า และเป็นบทพิสูจน์ความศรัทธาที่ชาวบ้านกะทู้มีต่อประเพณีนี้ ว่ามีความจริงจัง และความตั้งใจมากถึงเพียงไหน

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

ถือศีลกินผักรอบ 2 ร้อยปีมีครั้งเดียวที่ “ศาลเจ้ากะทู้”

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.