Featured Gladness & Joy Lifestyle

เรื่องราวของสุนัขจรจัด : ความสิ้นหวัง ความเมตตา และความหวังใหม่

เรื่องราวของสุนัขจรจัด : ความสิ้นหวัง ความเมตตา และความหวังใหม่

มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยให้การช่วยเหลือรักษาชีวิตสุนัขและแมวในประเทศไทยทุกๆ ปี ในจำนวนนั้นมีหลายชีวิตที่มีเริ่มต้นเรื่องราวด้วยความเศร้าแต่ก็จบลงด้วยแรงบันดาลใจ

ฮีโร่ เป็นสุนัขจรจัดที่มูลนิธิฯได้ให้การช่วยเหลือไว้เมื่อปลายปี 2556 ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของฮีโร่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างที่ทางมูลนิธิฯ อยากจะแบ่งปัน ด้วยความหวังจะกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการลดจำนวนสัตว์จรจัดอย่างมีศีลธรรม และความเคารพต่อชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้

เรื่องราวของสุนัขจรจัด : ความสิ้นหวัง ความเมตตา และความหวังใหม่

สวัสดีครับ ผมชื่อ ฮีโร่ ผมอยากจะเล่าเรื่องราวของผมให้คุณได้ฟัง ทั้งเรื่องราวของความสิ้นหวัง ความเมตตาที่ผมได้รับ รวมถึงความหวังใหม่ในชีวิต ครั้งหนึ่งผมเคยสูญเสียความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ หลังจากที่ผมถูกชายสองคนทำร้ายอย่างทารุณ แรกเริ่มผมคิดว่าพวกเขาเรียกผมไปเพื่อจะให้อาหาร ก่อนที่จะพบว่ามันเป็นกับดัก พวกเขาจับผมไว้ เริ่มทุบตี แล้วใช้มีดทิ่มแทงผม ผมรู้สึกเจ็บปวดไปหมด มีเลือดไหลออกมาจากทุกหนทุกแห่งในร่างกาย แต่ผมก็พยายามที่จะหลบหนี จนในที่สุดผมพบมุมสงบในตึกหลังหนึ่ง ผมตัดสินใจจะใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่นี่ และที่เดียวกันนี่เองที่ผู้หญิงคนหนึ่งมาเจอผมเข้า ผมกลัวเธอมากและรู้สึกว่าผมติดกับเข้าอีกแล้ว ถึงรู้สึกอย่างนั้นแต่ผมก็อ่อนล้าและบาดเจ็บเกินกว่าจะหนีไปไหนได้ ผมประหลาดใจมากเมื่อพบว่าเธอมาเพื่อช่วยเหลือ ให้น้ำ อาหาร และใส่ยาบนแผลให้ผม เธอให้สัญญากับผมว่าจะหาคนมาช่วยและบอกให้ผมเก็บตัวเงียบๆ ซ่อนตัวให้พ้นจากคนในหมู่บ้าน หากพวกเขาหาผมเจอ ผมก็จะถูกกำจัดเหมือนเพื่อนสุนัขตัวอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ผมเชื่อฟังเธอและเก็บตัวเงียบตลอดคืน รุ่งเช้าเธอก็กลับมาพร้อมชายคนหนึ่ง ชื่อ คุณเสน่ห์ เขาอุ้มผมขึ้นอย่างเบามือ จับผมขึ้นกระบะหลังรถ ผมรู้สึกสับสนมาก ไม่รู้เลยว่าคุณเสน่ห์จะพาผมไปที่ไหน แต่หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้พยายามจะช่วยผม

ผมถูกนำตัวมาที่แห่งหนึ่งที่ผู้คนเรียกว่า มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ผมรู้สึกหวาดกลัวเมื่อถูกสำรวจตรวจตราอย่างละเอียดโดยกลุ่มคนที่คนอื่นๆ เรียกพวกเขาว่า สัตวแพทย์ ตอนที่ผมมาถึงศูนย์พักพิงนั้น ขาของผมบวมเป่งอย่างน่ากลัว ไม่ง่ายเลยที่คุณหมอพยายามจะเก็บตัวอย่างเลือดจากผม บาดแผลของผมติดเชื้อและยั้วเยี้ยไปด้วยหนอนแมลง ผมได้ยินพวกหมอพูดว่าอาการผมแย่มากและน่าจะอยู่ในภาวะโลหิตเป็นพิษ ผมไม่รู้หรอกว่านั่นหมายถึงอะไร รู้แต่ว่าไม่ชอบยาที่พวกเขาให้ผมเลยจริงๆ ข้อดีเพียงอย่างเดียวเวลาที่ต้องมาคลินิกก็คือ พวกเขาจะให้อาหารผมทั้งกระป๋องในขณะที่ค่อยๆ เอาเลือดออกไปจากตัวผม ซึ่งผมก็จัดการหมดภายในไม่กี่วินาทีเลยทีเดียว

ในช่วงสองสามสัปดาห์ถัดมา ผมได้รับการเอาใจใส่อย่างดีจากคุณหมอ หมอสุใช้เวลาเป็นชั่วโมงขัดผิวให้ผม ผมรู้สึกสบายและผ่อนคลายจริงๆ เธอบอกผมว่าสิ่งที่เธอกำลังทำให้ผมเป็นการกำจัดขนที่พันกันเป็นสังกะตังและผิวหนังที่ตายแล้ว หลังจากเสร็จเรียบร้อยผมก็รู้สึกดีขึ้นมากและคันน้อยลงด้วย หมอสุบอกผมว่าผมยังเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือดและโรคเรื้อนเปียกที่จะต้องรักษาอีก แต่ต้องรอให้ผมดีขึ้นจากภาวะโลหิตเป็นพิษเสียก่อน อย่างที่บอกผมไม่ค่อยเข้าใจอะไรพวกนี้นัก มันจึงฟังดูไม่มีความหมายสำหรับผม แต่สิ่งที่มีความหมายกับผมมากกว่านั้นคือที่หมอสุบอกผมว่า หมอจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ ใช้ความรู้ความสามารถที่มีเพื่อรักษาผม ทำให้ผมดีขึ้นให้ได้

เรื่องราวของสุนัขจรจัด : ความสิ้นหวัง ความเมตตา และความหวังใหม่

หลังจากอยู่ในคลินิกประมาณ 5 วัน ผมก็รู้สึกดีขึ้นมากและรู้สึกมีความหวังเกี่ยวกับอนาคตของผมขึ้นมานิดนึง ผู้คนที่นี่จิตใจดีและให้ผมกินอาหารอร่อยๆ มากมาย น้ำหนักตัวผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกมีพลังมากขึ้น มีผู้คนมากหน้าหลายตามาเยี่ยมผม รวมถึงจอห์นและจิล ที่พวกเขาบอกว่าเป็นคนริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ถ้าไม่มีพวกเขา ผมและสุนัขตัวอื่นๆ ที่เป็นแบบผมคงไม่ได้รับโอกาสได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้และผมคงต้องตายจากไปอย่างแน่นอน พวกเขาบอกผมว่ายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งคอยสนับสนุนเงินทุนเพื่อช่วยเหลือสุนัขอย่างผม จอห์นบอกผมว่าเขาทำให้ผมกลายเป็นสุนัขที่มีผู้อุปถัมป์ ผมก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่ามันหมายถึงอะไร แต่ผมรู้สึกพิเศษขึ้นมาเพราะว่าเงินที่จากผู้อุปถัมป์ที่ว่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อช่วยเหลือผมแค่ตัวเดียว แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนสุนัขตัวอื่นๆ ที่มูลนิธิฯ ดูแลอยู่ด้วย

หลังจากอยู่ที่ศูนย์ของมูลนิธิได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผมต้องผ่านการทดสอบหลายๆ อย่าง เพื่อดูว่าอาการผมดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน พวกเขาพูดอะไรมากมายซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ แต่ไม่แน่คุณอาจจะเข้าใจก็ได้ ผลจากการตรวจเลือดบอกว่าตับของผมกลับมาทำงานได้ปกติแล้วและเม็ดเลือดขาวก็ลดจำนวนลง ผมมีอาการท้องเสียร่วมด้วย พวกเขาบอกว่าผมติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ถึงแม้จะไม่ได้รุนแรงมาก แต่นั่นทำให้ผมต้องอยู่เดี่ยวแยกจากเพื่อนๆ ตัวอื่นสักพัก บาดแผลผมดีขึ้น หมออี๊ดรักษามันด้วยน้ำผึ้ง ใครจะไปคิดว่าน้ำผึ้งจะกลายเป็นยารักษาแผลได้ด้วย! หมอสุกับหมออี๊ดปรึกษากันและได้ข้อสรุปว่าผมแข็งแรงมากพอและพร้อมแล้วสำหรับการรักษาโรคพยาธิเม็ดเลือดและโรคเรื้อนเปียก

หลังจากสองสัปดาห์ ผมก็ได้ย้ายออกจากคลินิกไปอยู่คอกที่ใหญ่กว่า ผมตื่นเต้นมาก เพราะผมรู้สึกดีขึ้นแล้วและต้องการที่กว้างๆ ที่ผมจะสามารถเดินไปเดินมาได้ แผลผมเริ่มหายและเริ่มมีกำลังมากขึ้น ผมยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกอยู่ดีซึงเป็นอะไรที่น่าเบื่อนิดหน่อย แต่ผมว่าก็ยังดีกว่าอยู่ในคลินิก อย่างน้อยผมก็ได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบๆ ตัวบ้าง คอกที่ผมอยู่ตอนนี้มองออกไปเห็นทะเลสาบเล็กๆ ด้วย ผมเริ่มเรียนรู้ที่จะเชื่อใจมนุษย์อีกครั้งอย่างช้าๆ ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม แต่หากมีคนแปลกหน้าพยายามเข้ามาในคอกของผม ผมก็จะขู่คำรามใส่ ก็ผมยังกลัวว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายผมเหมือนที่ผู้ชายพวกนั้นเคยทำกับผมมาแล้ว ผมไว้วางใจคุณผิวซึ่งคอยดูแลผมอย่างรวดเร็ว เธอให้ผมกินอาหารอร่อยๆ ทำความสะอาดคอกให้ผม และทำให้ผมมั่นใจว่าผมจะมีที่ที่สามารถนอนหลับได้อย่างสบาย แม้ว่าบางครั้งผมจะไม่ชอบสิ่งที่หมอสุกับหมออี๊ดทำกับผมเลย แต่ผมก็รู้ว่าพวกเขาพยายามอ่อนโยนและเบามือกับผมที่สุดแล้ว หมอยูจีนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มาช่วยดูแลผมด้วยในช่วงสุดสัปดาห์ เขาระมัดระวังมากๆ เพื่อไม่ผมเจ็บ เรย์มอนด์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มาเยี่ยมผมบ่อยมาก เขามักมาพร้อมกล้องถ่ายรูปและถ่ายรูปผมไปมากมาย จนเราเริ่มคุ้นเคยกัน แล้วเขาก็กลายเป็นเพื่อนผม ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเขาถ่ายรูปผมไปทำไมเยอะแยะมากมาย แต่เรย์มอนด์บอกผมว่าผมมีเพื่อนมากมายในเฟซบุ๊ค แล้วทุกคนก็อยากรู้ว่าอาการผมเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร ดีจังเลยที่ได้รู้ว่ามีคนเป็นห่วงผม

หลังจากอยู่มาสามสัปดาห์ ผมก็ได้รับอนุญาตให้ออกมาเล่นนอกคอกของผมในระหว่างวัน ลองเดาดูสิว่าผมเจอกับอะไร ผมอยู่กับเพื่อนสี่ขาอีกสองตัว ในที่สุดเราก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน ผมรู้สึกดีจริงๆ ที่มีเพื่อนเล่น เพื่อนบ้านคอกถัดไปเป็นสุนัขแก่ ผมก็ออกอาการทักทายไปบ้างสองสามตัว แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะหลับกันตลอดทั้งวันก็เถอะ! พวกเราทั้งหมดจะถูกจับแยกเข้าคอกส่วนตัวในเวลากลางคืน แต่นั่นก็รับได้อยู่ ระหว่างที่ผมฟื้นฟูสภาพร่างกาย ผมควรจะได้พักบ้าง บาดแผลของผมเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ น้ำหนักตัวผมก็เพิ่มขึ้นอย่างรู้สึกได้จากอาหารอร่อยที่ผมได้รับ ขนเริ่มงอกขึ้นใหม่ ซึ่งผมรู้สึกภาคภูมิใจกับมันมากและรู้สึกว่าผมกลับมาหล่อเหลาอีกครั้งหนึ่งแล้ว

เรื่องราวของสุนัขจรจัด : ความสิ้นหวัง ความเมตตา และความหวังใหม่

เวลาผ่านไป ผมก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วันที่ผ่านไป ขนเริ่มยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมยังคงรู้สึกกังวลเล็กน้อยเวลาที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า แต่ก็มีสตาฟมาเยี่ยมผมบ่อยๆ และผมก็ได้รู้ว่าผมชอบให้คนกอดผมมากๆ เบลินด้าซึ่งปกตินั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศใกล้ๆ คอกของผมแวะเวียนมาเยี่ยมผมเป็นประจำทุกวัน วันละสองถึงสามครั้ง บางครั้งผมก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเฉยๆ เลยขู่คำรามใส่เธอ แต่หลังจากที่ผมรู้ว่าเธอเป็นเพื่อนของผม ผมก็กระดิกหางรับและรู้สึกดีใจเวลาที่ได้เจอเธอ เธอกอดผม เกาหูผม พอเธอหยุดทำแบบนั้น ผมก็บอกเธอว่าอย่าหยุดทำแบบนั้นนะด้วยการยกเท้าให้เธอ ไม่ก็เลียมือเธอ เธออดทนกับผมมาก เช่นเดียวกันกับเรย์มอนด์ คุณผิว และคุณหมอคนอื่นๆ

พอผมเริ่มหายดีเกือบเป็นปกติ พวกเขาก็อนุญาตให้ผมได้เข้าไปเล่นในพื้นที่ซึ่งกว้างขวางกว่าเดิมในช่วงกลางวัน ที่นั่นมีเพื่อนสี่ขาอยู่ก่อนแล้วมากมาย และที่นี่ผมก็ได้เพื่อนใหม่มาหลายตัว เพื่อนรักของผมชื่อ ใหญ่ ในที่สุดเราสองตัวก็กลายมาเป็นเพื่อนร่วมคอกนอนกันในช่วงกลางคืน ผมชอบเธอมากจริงๆ แต่ก็ไม่อยากสนิทกับเธอมากนักเหมือนกัน เพราะเธอบอกผมว่าเธอกำลังย้ายจะไปอยู่กับครอบครัวที่อังกฤษ ผมได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกดี แล้วผมก็เพิ่งได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังหาบ้านให้ผมอยู่เหมือนกัน ผมไขว้นิ้วเท้าลุ้นว่ามันจะเกิดขึ้นกับผมเร็วๆ นี้ ผมก็ชอบชีวิตที่ศูนย์ของมูลนิธิฯ อยู่หรอกนะและรู้สึกขอบคุณกับทุกๆ ความช่วยเหลือที่พวกเขาทำให้ด้วย แต่ผมก็อยากจะมีครอบครัวมีบ้านเป็นของตัวเอง แล้วในที่สุดวันนั้นก็มาถึง พวกเขาบอกว่าหาบ้านให้ผมได้แล้ว ผมจะได้ไปอยู่กับซิสซี่และครอบครัวของเธอที่อเมริกา ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยว่าผมจะโชคดีขนาดนี้ จากสุนัขบ้านๆ ที่ไม่มีใครต้องการกับชีวิตใหม่ในอเมริกา นี่มันยิ่งกว่าฝันเสียอีก

และแล้ววันที่ผมต้องเดินทางไปสู่บ้านหลังใหม่ก็มาถึง เบลินด้ากับมาร์คมาถึงศูนย์ฯ ในเช้าตรู่วันหนึ่ง พวกเขาให้ผมเข้าไปอยู่ในกรงสำหรับเดินทาง ขับรถพาผมไปสนามบิน ผมรู้สึกเศร้าที่ต้องบอกบอกลาเพื่อนๆ ที่มูลนิธิฯ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกมีความสุขที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ระหว่างที่อยู่ที่สนามบินผมกล้าหาญมาก ผมไม่ร้องไห้ ไม่หวาดกลัว เบลินด้าร้องไห้ออกมานิดหน่อยด้วย เธอบอกผมว่าเธอมีความสุขที่ผมจะมีบ้านใหม่ และบอกให้ผมทำตัวดี ๆเวลาอยู่กับครอบครัวใหม่

ผมไม่ได้สนใจการเดินทางสักเท่าไหร่ เพราะผมหลับแทบจะตลอดเวลา เวลาไหนที่รู้สึกตัวตื่นก็จะจินตนาการถึงชีวิตใหม่ในอเมริกา พอเครื่องลงจอด ผมก็ได้เจอกับซิสซี่ เธอตื่นเต้นมากที่ได้เจอผม เธอกอดผมยกใหญ่ แล้วเธอก็ให้สัญญากับผมด้วยว่าเราจะมีชีวิตที่ดีร่วมกัน หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเธอกลับบ้าน เธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตให้ผมเพราะอากาศที่อเมริกาหนาวมาก หนาวถึงขนาดกับมีหิมะตก ตอนที่เราไปถึงบ้านใหม่ ซิสซี่ก็จัดการแนะนำให้ผมรู้จักกับสมาชิกในครอบครัวของเธอ รวมทั้งพี่น้องสี่ขาตัวอื่นๆ ที่ต่อไปนี้ผมจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขาด้วย

ผมมีความสุขกับชีวิตในบ้านหลังใหม่ แต่ก็ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่มูลนิธิฯ ทำให้ผมไม่ได้เช่นกัน ผมสูญเสียความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ไปแล้วตอนที่ถูกพบเข้า พวกเขาไม่เพียงแต่ช่วยเหลือรักษาร่างกายที่เจ็บป่วยของผม แต่ยังเยียวยาจิตวิญญาณของผมด้วย

มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2546 มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสวัสดิภาพของสุนัขและแมวในประเทศไทย เพื่อยุติการทารุณกรรมสัตว์ และสร้างสังคมที่ปราศจากสัตว์จรจัด ในช่วงระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ทำหมันสุนัขและแมวไปแล้วกว่า 69,480 ตัว ให้การรักษาสัตว์เจ็บป่วยไปแล้วกว่า 4,666 ตัว หาบ้านใหม่ให้ชีวิตที่น่าสงสารไปแล้วกว่า 1,000 ชีวิต มูลนิธิดำเนินกิจจกรรมต่างๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใจบุญทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลก ฮีโร่ เป็นเพียงหนึ่งในหลายชีวิตที่มูลนิธิได้ช่วยเหลือชีวิตไว้ ซึ่งเรื่องราวของเขาถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสัตว์และความเคารพต่อชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนดาวเคราะห์ดวงนี้

เกี่ยวกับมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย: มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นในปี 2546 และได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิโดยถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัดที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกทำร้าย ในประเทศไทย คุณจอห์น ดัลลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิและรองประธานมูลนิธิฯ พร้อมให้สัมภาษณ์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิและกิจกรรมของเรา

หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเวบไซต์ของมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยได้ ที่ www.soidog.org หรือ www.facebook.com/soidoginthai

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.