Lifestyle

น้ำเต้าหู้ มีทั้งประโยชน์และโทษ

น้ำเต้าหู้ มีทั้งประโยชน์และโทษ

“น้ำเต้าหู้” เป็นแหล่งโปรตีนที่สูง สำหรับผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ และยังมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์อีกด้วย และยังมีสารอาหาร ที่มีประโยชน์สำหรับร่างกายอีก คือ คาร์โบไฮเดรต แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามิน A B B1 B2 และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นสารบำรุงสมอง แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำเต้าาหู้ก็มีโทษด้วยเช่นกัน …

นานมาแล้วที่เรารับรู้แต่ว่า “น้ำเต้าหู้” มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่วันนี้มีข้อมูลการวิจัยใหม่พบว่า “น้ำเต้าหู้” ดื่มมากจะกระตุ้นมะเร็ง

หลายปีที่ผ่านมามีการแนะนำให้คนไทยดื่มน้ำเต้าหู้ เนื่องจากในน้ำเต้าหู้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเทียบเท่านม แต่บำรุงสุขภาพได้มากกว่านม อีกทั้งร่างกายเราสามารถย่อยและดูดซึ่มน้ำเต้าหู้ได้กว่า 90%

ในน้ำเต้าหู้ปริมาณ100มิลลิลิตร มีโปรตีนจากพืชที่มีคุณภาพดีมาก1.8กรัม ประกอบด้วยสารอาหารหลายชนิด อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เซเลเนียม วิตามินA , E , B1 , B2กรดอะมิโน18ชนิด และธาตุเหล็กที่มีมากกว่านมถึง1.6เท่า

การดื่มน้ำเต้าหู้สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน ลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้จุลินทรีย์ที่ดีเจริญเติบโตในลำไส้ กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนตัว ปรับระดับอินซูลิน บำรุงสมอง เสริมภูมิต้านทาน ช่วยขับเสมหะให้ออกจากปอด บำรุงตับและไต ป้องกันมะเร็ง ชะลอวัย บำรุงม้าม โดยสำนักงานบริหารอาหารและยารักษาโรคของสหรัฐอเมริกา หรือFDAยืนยันว่า โปรตีนถั่วเหลืองเป็นสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารประเภทไขมันต่ำไม่อิ่มตัวและอาหารคอเลสเตอรอลต่ำได้ ถ้ารับประทานโปรตีนถั่วเหลือง25กรัมต่อวัน จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ นอกจากนี้ในน้ำเต้าหู้ยังมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” (Phytoestrogen) ซึ่งมีส่วนในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง ป้องกันโรคกระดูกพรุน และลดอาการวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยทอง

แต่เมื่อไม่นานมานี้มีผลการวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเต้าหู้ในปริมาณมากเกินไปจะเป็นผลเสียต่อร่างกาย โดยDr.Lita LeeและThe Weston A. Price Foundation in Washington, DC USAมีผลวิจัยไปในทิศทางเดียวกันว่า การกินโปรตีนถั่วเหลืองผง30ซีซี ทุกวัน สามารถทำให้เกิดความผิดปกติที่เต้านมจากฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน

ด้านWeston A. Price Foundationเปิดเผยว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนในถั่วเหลือง ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อและมีแนวโน้มที่จะทำให้เป็นหมัน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง เนื่องจากกระบวนการผลิตโปรตีนถั่วเหลือง ทำให้เกิดสารพิษที่เรียกว่า ‘ไลซิโน อะลานีน’ และสารก่อมะเร็งชื่อว่า ‘ไนโตรซามีน’ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการทำงานของต่อมธัยรอยด์ในคนที่กินถั่วเหลืองพบว่า ต่อมธัยรอยด์ถูกกดการทำงานและมีคอพอกในหลายงานวิจัย อีกทั้งถั่วเหลืองมีสารที่ทำให้โปรตีนจับตัวกันเป็นก้อน ที่เรียกว่าHemagglutininทำให้เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวจับกันเป็นก้อน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดเสียไป

ดร.มาริลิน เกลนวิลล์ นักโภชนาการ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง “Nutritional Health Handbook for Women” แนะนำว่า “การรับประทานอาหารต้องรับประทานแต่พอดี ถั่วเหลืองจะดีต่อสุขภาพถ้าเราไม่ทานมากเกินไป คือ วันละ30กรัม จึงจะเหมาะสมที่สุด”

แหล่งที่มา :เดลินิวส์ออนไลน์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.