Eat & Drink Leisure

ชา ชัก : หนึ่งเอกลักษณ์แห่งปักษ์ใต้

ชา ชัก : หนึ่งเอกลักษณ์แห่งปักษ์ใต้

จะว่าไปแล้วชาชักก็คล้ายชาเย็นในบ้านเราเพียงแต่มีฟองนมเพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง ชาชักจะรู้สึกรสชาติเบาๆ ไม่หวานมากและไม่เข้มข้นมาก หอม รสนุ่มนวล ทานแล้วรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า “ชาชัก” ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ยังมีที่มาและตำนาน จนกระทั่งเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบัน..

การดื่มชาเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความละเอียดอ่อนมาก โยงใยกับประเพณีและวัฒนธรรมของมนุษย์ในหลากหลายเชื้อชาติทั่วโลก ในเอเชีย มีการทำพิธีชงชา ถือเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน

“ตำนานชาชัก”

ตำนาน ชาชัก เล่าขานกันว่า เกิดจากชายหนุ่มอิสลามชาวไทยที่เกิดอยู่ใกล้ตะเข็บชายแดน เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นเจ้าของร้านน้ำชา อยากมีงานทำ จึงเดินทางข้ามไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ณ ที่นั้นเขาได้พบกับลูกสาวแสนสวยของเจ้าของร้านก็เกิดความรัก แต่ก็ถูกกีดกันโดยพ่อแม่ของสาวเจ้า พร้อมทั้งคำสบประมาทแถมท้ายว่า “รอให้ชักชาได้ไม่ขาดสาย และฟาดโรตีให้เหมือนผีเสื้อบิน เหมือนที่พ่อของหญิงคนรักทำได้เสียก่อนแล้วค่อยมาสู่ขอลูกสาว

ด้วยแรงรักและความมุมานะ ที่อยากจะลบคำสบประสาท ทำให้เขาเพียรพยายามฝึกฝน การชักชาและฟาดโรตีด้วยความเพียรพยายามจนกระทั่งในที่สุด ความพยายามของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ จึงกลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีฝีมือในการชักชาได้สวยงามและไม่ขาดสาย ฟาดโรตีได้แผ่กว้างและบินว่อน เสมือนท่วงทำนองขยับปีก ของผีเสื้อที่สวยงาม

ในที่สุดเขาก็สามารถชนะใจพ่อแม่ของสาวคนรักและได้ครองคู่อยู่กับเธออย่างมีความสุข และชายหนุ่มได้สัญญากับสาวคนรักในคืนนั้นว่า “พี่จะรักเธอให้เหมือนกับสายน้ำชา ซึ่งจะไม่มีวันขาดสาย” นี่คือที่มาของเครื่องดื่มชักกะเย่อ…ตำนานสายใยแห่งความรักค่ะ

ชา ชัก : หนึ่งเอกลักษณ์แห่งปักษ์ใต้

“ชาชัก” เป็นกระบวนการชงชานมให้เกิดฟองโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี แต่มาจากสองแขนที่แข็งขัน สลับรับ-ส่งส่วนผสมในกระบอกชงให้ตรงจังหวะ ตามแรงโน้มถ่วงของโลกให้กลายเป็น “ชา” (เตฮ์) ที่ถูก “ชักกะเย่อ” (ตาเระ) ที่มีรสละมุนของฟองนมตามแบบฉบับการชงชาที่พบในคาบสมุทรมลายู ไม่ปรากฏว่าประเทศใดเป็นต้นแบบในการชง “ชาชัก” แต่พบว่ามีร้านชาชักอยู่ทั่วไปทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และภาคใต้ของไทยค่ะ

วิธีการชง : เมื่อใส่ส่วนผสมน้ำชาเคี่ยว นมสด นมข้นหวาน ตามสัดส่วนลงในกระบอกชา ซึ่งมี 2 กระบอก ผู้ชงชาหรือชักชาจะถือกระบอกชาไว้ในมือทั้ง 2 ข้าง ๆ ละใบ จากนั้นจะเทชาจากมือบนสู่มือล่าง เป็นการเทชากลับไป- กลับมาระหว่างมือทั้งสองข้าง โดยให้มือที่ถือกระบอกชาด้านหนึ่งอยู่ระดับสูงเหนือศีรษะสุดปลายแขน ค่อย ๆ เทชาลงมาเป็นสาย น้ำชาจะพลิ้วสวยงาม ทิ้งตัวดิ่งสู่กระบอกชาใบล่างที่คอยรองรับอยู่ ทำแบบนี้สลับไปมา 2-3 ครั้ง จนส่วนผสมทั้งหมดกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็จะได้ชาที่มีฟองอากาศ หอมกรุ่น รสชาตินุ่มกลมกล่อมยิ่งขึ้น

ส่วนกรรมวิธีในการชงชาชักนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ ยิ่งชักสูงยิ่งดี ซึ่งจะทำให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากันได้ดี ชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม

สำหรับในจังหวัดภูเก็ตเอง ก็หาดื่มชาชักกันได้ ส่วนใหญ่จะมีให้ดื่มตามร้านน้ำชามุสลิม และจะเสิร์ฟพร้อมกับโรตีร้อนๆยามค่ำคืน แต่บางร้าน เราก็สามารถสั่งได้ว่า เอาชาชัก แต่ถ้าจะให้อร่อยจริงๆ แนะนำร้านมุสลิมดีกว่าค่ะ

อาหารและของกินอร่อยๆในภูเก็ตเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.